Nav's profileNav's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 01

    ส่งท้าย

    ส่งท้ายก่อนกลับญี่ปุ่น
    (สรุปญี่ปุ่นคือบ้านแก? ใช้คำว่ากลับซะด้วย)
    ไปเที่ยวกับเพื่อนๆมา
    แต่ถึงจะเป็นเพื่อนๆก็ไม่ครบอยู่ดีนั่นแล
     
    เริ่มจากเช้าส่งมอบของ หาเงินค่ารถ
    เจอไอ้เบนด้วย ได้คุยอะไรนิดหน่อยกับมัน ก็รู้สึกดีขึ้น
     
    พอปูกะผึ้งมนัสมา ก็ไปหาไรกิน
    แมดซ์แวะมาแป็ปนึงเพราะมีธุระ มันจะตามมาอีกทีเย็นๆ
    แล้วกิก็มา เซียลก็มา
    ก็นั่งแต่งหน้า สนุกสนาน
    (อยากจะชอบการแต่งหน้าเหมือนกัน แต่คงเปลืองเว่อร์อ่ะนะ)
    ปูให้ยืมเสื้อ เนื่องจากชุดที่เราใส่แมนไป และเหมือนวินมอไซค์
    (และเสื้อนั่นตอนนี้อยู่กะเรา เสื้อเราอยู่กะปู ซวย)
    เซียลให้ของขวัญเป็นสร้อยกาษานาคา เอ๊ย วิเวียน
     
    แล้วไปซื้อคอนแทก
    ออกให้เซียลไปก่อน (จะหวังได้คืนดีไหมนะ)
    ซื้อของตัวเองมาด้วย สีเทากะฮาเซล
    เฮอะ ลองใส่ในทันที ดูหน้าประหลาดๆชะมัด
     
    เดินไปสยามดิส เซียลไปหาเพื่อน
    แล้วไปศูนย์หนังสือจุฬาต่อ
    เพราะเพื่อนเราฝากซื้อของ เลยได้ดิกตัวเองด้วย
    (เพราะอันของผึ้ง เด๊ยวต้องคืน)
    กิแยกตัวหลับไปซ่อมโน๊ตบุ๊ค
    ผึ้งมนัสแยกตัวไปเข้าออฟฟิส
     
    แล้วไปสวีทซิน
    กินเค้ก (เหมือนเซียลกะปูจะเลี้ยง แต่เราก็ออกด้วย
    เค้กที่มันสั่งอ่ะ เค้กสตอเบอร์รี่ อยากกินกันเองนี่หว่า หะนอย)
    ตอนนี้พิ้งกะการ์ตูนมาแล้ว
     
     
    เดินไปดูกรู๊ฟไรเดอร์ที่ลานสยามดิส
    ได้ทันเพลงสุดท้าย "ถ้าปล่อยให้เธอเดินผ่าน"
    เสียงบุรินทร์ดีเว่อร์ (ขนาดดูดบุหรี่ด้วยนานั่น)
    แอบเสียดายนิดหน่อย
    ตามด้วยเจจะขึ้น ตอนแรกเซียลจะดู
    แต่พิธีกรนานเว่อร์ เลยชิ่งกัน
    ก็ไปเล่นเกม เซียลตักตุ๊กตา
    เราเลิกเล่นแล้ว ที่ญี่ปุ่นหมดไปเยอะเลยนะนั่น พอๆๆๆๆ
    แล้วพิ้งก็ไปซื้อของขวัญมาให้เรา เป็นสมุดโน๊ต 365 วัน
    (ปีนึง มันนานนะเธอ)
    การ์ตูนกลับไปก่อน
     
    แมดซ์มาแล้ว ก็เลยไปโอโซนกัน
    แล้วก็อยากร้องเกะก็เลยจะไปเกะ
    (ซื้อแผ่นเกะเรโทรมาแล้วจ้า ดีใจสุดขีดเลย
    ได้ยินมาว่า เรโทรจะออกอัลบั๊มเดียวแล้วกลับไปใต้ดิน
    จริงแท้ไม่ทราบ แต่ก็ดีนะ อิอิ)
    ฝ่าฝนกันไป
    (เหมือนฝ่าฟันเลยแฮะ อุปสรรค)
     
    เนื่องด้วยหิว เลยแวะกินส้มตำกัน
    (หมดไปอื้อเหมือนกัน)
    จากนั้นไปเกะ
    โอ๊ย ได้ห้องเดิม กุละเซ็ง ไม่ชอบอะไรซ้ำซากน่อ
    เบสมาแจมด้วย
     
    ก็ร้องกันสนุกสนานรื่นเริง ยกเว้นเพลงจบ เซ็ง
    (หมดไปอื้ออีก)
     
    ขากลับ พิ้งกลับเอง
    ปู เซียล แมดซ์ ติดแท็กซี่เรากลับ
     
    ถึงบ้าน แม่ออกแนวนอยด์ๆ เฮ้อ
     
    เคยบอกใช่ไหม ของที่อยู่ในมือเรา มักจะเสียหาย
    ทั้งเอ็มพี่สี่ มือถือ ความรัก....
    ล่าสุด แว่นกูแตก!!! ลงจากแท็กซี่หล่นอ่ะ
    คือ ก็หาไม่เจอในบ้าน เดาว่า หน้าบ้านแหละ
    แต่... แต่... แต่เพลียเลยรีบนอน
    ผลสุดท้าย ตื่นมาตอนนี้ เจ็ดโมงกว่าๆ
    ออกมาดู
    แสร่ดดดดดดดดดดดดดด
    แตกไปแล้ว พี่ออกรถ เหยียบแบน แตกเลย
    ซวยเว่อร์
    เบื่อจริงๆเลย
     
    พรุ่งนี้กลับญี่ปุ่นแล้ว
    คนไปส่งมีแค่ครอบครัว
    (ทำไมมันลดลงเรื่อยๆนะ)
    ก็แหงหละ 6 โมงเช้าบิน ต้องไปตั้งกะตีสี่เลยม้างนั่น
     
    ขอบคุณทุกคนที่มา
    ส่วนคนที่มาไม่ได้ ไว้โอกาสหน้า
    คราวหน้า เจอกันแค่เพื่อนๆกันได้ไหมอ่า
    ถ้าจะมีธุระ ขอวันอื่น หรือไปทำให้เสร็จแล้วค่อยมานะ
    มันขาดตอนง่ะ
     
    นี่ก็เป็นเอนทรี่ส่งท้ายด้วย
    จะไปหาที่ทำใหม่แล้วหละ
    ที่นี่มีความทรงจำเยอะเกินไป
    เราเป้นคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยความหลัง
    ซึ่งมีแต่คนบอกว่าไม่ดี
     
    ขอเวลาเปลี่ยนเมลล์ เปลี่ยนตัวเองใหม่ก่อนนะ
    ไม่ได้ปิดตัวเหมือนที่เคยทำ
    (สามหรือสี่ครั้งวะ?)
    ยังไงเราก็ยังเป็นเด็กเจร็อกอยู่ดี
    (เด็ก??? พูดไม่อายปากเลยมึง)
    June 29

    HBD

    วันเกิดแล้วจ้า
    ปีนี้ขอให้+1-1แล้วกันนะ
    ไม่ขออะไรมาก
    ไม่โลภหรอก
     
    สำหรับท่านใดสงสัยในอายุ
    ว๊าย
    อายุเป็นเพียงแค่สายลมฝ่านพัดไป
    ขำขำ
     
    29มิถุนายน
    วันดีนะ
    (ปีที่แล้วไปตัดผมวันนี้ ปีนี้ก็ว่าจะไปตัดผม เหอๆ)
     
    EDIT
    เพิ่มเติม
     
    ปีนี้ได้คำอวยพรแรกจากเบสพัลส์
    โคตรจะดีใจ
    แฮปล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน กร๊าซซซซซ
    นอกนั้นก็ไปตามจิกมาว่า วันนี้วันเกิด
    (อยากโทรไปขอคำอวยพรจากพี่บอมจริงๆ)
     
    มีทั้ง
    พวกที่อวยพรผ่านสเปซ
    อวยพรผ่านเอ็มเอสเอ็น
    อวยพรผ่านโทรศัพท์
    ขอบคุณมากมาย
     
    ขอให้ทุกอย่างที่ทุกคนขอเป็นจริง
    และสะท้อนกลับไปหาคนที่อวยพรทุกคน
    (ใครอวยพรไม่จริงใจ มึงตาย กรั๊กๆๆๆ)
     
    ตัดผมละ เหมือนไม่ตัดเลยกู
    June 28

    อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้

    เราเป็นคนประเภทที่ว่า
    ถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ จะไม่สัญญา
    ซึ่งปกติแล้วก็ทำไม่ได้จริงๆ
    สัญญาที่เคยพูดแล้วทำได้
    ถ้าจำไม่ผิดมีเรื่องเดียว
    คือจะไว้ผมไว้อาลัยให้คาซึกิหนึ่งปี
    ไม่ทำสี ไม่ตัด ไม่อะไรเลย(แต่สระผมนะยะ)
    แล้วก็ทำได้จริงๆ
     
    ตอนนี้ไอ้ที่สัญญาไว้
    ทำไม่ได้อีกเรื่องแล้ว
    เคยเขียนนะ
    มีเอนทรี่นึงบอกว่า
    จะเขียนเรื่องโอ๊ตอันนั้นเป็นครั้งสุดท้าย
     
    กูทำไม่ได้ละ
     
    พรุ่งนี้วันเกิดกู
    หวังว่าครั้งนี้สะญญาไปจะทำได้
    อันนี้เป็นเอนทรี่สุดท้ายจริงๆที่จะเขียนถึงมัน
     
    เหมาะสำหรับผู้ที่ชาชินกับนิสัยกู
    กับปากอันหมาๆของกู
    รับไม่ได้ไม่ต้องอ่าน
    ไม่ได้ขอร้อง ไม่ได้กราบตีนให้อ่าน
     
    กูไม่เคยคิดว่า รักแท้แพ้ระยะทาง
    แต่มันก็เป็นจริง
    ก็รักแท้ที่มีให้แค่ข้างเดียวน่ะ
    มันใช่ความรักซะที่ไหนล่ะ
    มันก็รักข้างเดียวน่ะสิ
     
    ตอนแรกที่เจอโอ๊ต คือตอนที่มันเล่นงานเจวินเทอร์
    กูไม่สนใจหรอก ไปดูก็ไอ้กิ ไปดูเพื่อน
    ตอนแรกที่ได้คุยกัน
    คือกิแนะนำว่า นี่พี่โอ๊ต สต๊าฟบาสตาร์ดอีกคน
    ตอนสุดท้ายที่เจอ คือตอนที่มันมาส่งเรากับครอบครัวเรา
    ตอนสุดท้ายที่ได้คุย
    คือเราโทรไป แล้วมันบอกว่าแดกยา คุยไม่สะดวก และ โทสับไม่ดี
    "โหลๆ อะไรวะ"
    นี่ไง จำแม่นเว่อร์
    ตอนนั้นยังขำตัวเอง
    ถ้าเกิดหลังจากนั้น กูตาย โอ๊ตตาย แม่งไม่โรแมนติกเลย คำสุดท้ายเนี่ย
     
    อ่ะ
    แค่นี้แหละ
     
    ตอนนี้รู้สาเหตุแล้ว เจ็บนิดหน่อย
    แต่รู้สึกดีขึ้นเยอะ
    หลายเรื่องที่เกิดมันเป็นเพราะกูเอง
    แต่การเลือกแก้ปัญหาแบบโอ๊ต มันผิดนะกูว่า
     
    สรุปแล้ว กูดูคนผิดไปจริงๆ
     
    โอ๊ตเคยบอกว่า ไม่ใช่เรื่องผิดที่คบกับแนฟ
    แต่กูขอบอกว่า กูผิดที่เลือกคบมึง กูเสียใจมากที่คบมึง
    กูไม่น่าคบกับมึงเลยโอ๊ต
    ที่เคยขอบคุณที่รักกันไปเนี่ย
    ไม่น่าพูดออกมาเลย
    พูดให้คนอย่างมึงเนี่ย กูรู้สึกแย่มากเลย
     
    เอนทรี่นี่
    ออกจะแนวเรื่องส่วนตัว
    แต่ก็อย่างว่า
    I-Nav's Story นี่นะ
     
    ประจานคนผ่านพื้นที่กูไม่ผิดนะ
    สำหรับคนไม่แมนอีกสองคน ขอเมลล์ไปหาดีกว่า
    June 27

    คนโง่ก็คือคนโง่

    จุ๊ๆๆๆ
    ชื่อหัวข้อมิได้หมายถึงไอ้แนฟแต่อย่างใด
    เพราะไอ้แนฟฉลาดนะเออ
     
    เวลาผ่านไป จะทำให้คนโง่รู้ตัวเอง
    ว่าตัวเองทำโง่อะไรอยู่
    และตัวเองเคยโง่อะไรไป
     
    แต่ก็นะ คนโง่ก็คือคนโง่
    ไม่แน่ เวลาผ่านไป
    มันก็ยังโง่ดักดานอยู่นั่นแหละ
     
    แต่พูดตรงๆ กูก็เคยโง่อ่ะนะ
    คนเรามันต้องเคยโง่ทั้งนั้น
    เพียงแต่จะโง่ไปอีกนานแค่ไหน
    หรือจะโง่ตลอดชีพล่ะ?
     
    เคยมีคนบอกว่า
    "ถ้ามีปัญหา มันก็ต้องมีคนผิด
    ถ้าเธอไม่ผิด ผมจะรับความผิดนั้นไว้เอง"
     
    ก่อนหน้านี้ กูโง่ไปรับผิดให้คนอื่น
    ตอนนี้ กูฉลาดแล้ว
    มึงนั่นแหละผิด
     
    มีคนบอกว่า
    "แนฟ มึงก็ผิดนะ.....
    ผิดที่เลือกคนผิด"
     
    โห ดวงตาเห็นธรรมเลยกู
     
    โง่ตั้งนาน ฉลาดก็ตอนนี้
     
    ขอสนับสนุนให้ทุกคนเลิกโง่อย่างเป็นทางการ
    แต่สำหรับคนโง่ดักดาน
    วันที่มึงฉลาด คือ วันที่สายเกินไป
    แล้ววันนั้น กูจะไปสมน้ำหน้ามึง
     
    สุดท้ายนี้
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ข้างกัน
    สำหรับสิ่งที่กูเคยขอบคุณไป
    (สิ่ง มิใช่ คน)
    กูไม่ขอคืน ให้แล้วให้เลย แนฟแฟร์อยู่แล้ว
    ถือว่าเป็นค่าโง่ก็แล้วกัน
    เสียค่าโง่
    ให้คนโง่
    จากคนเคยโง่
     
    แมร่ง เอนทรี่นี่
    โง่กระจาย ควายเต็มเลย
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
     
    ปล.
    กูเป็นคนไม่แน่นอน
    ใช่สิ
    กูนอนด้วยไม่ได้แน่ๆ
    แต่อีด-อกข้างๆมึงอ่ะ นอนด้วยได้สินะ
    ถ้าแน่นอนเป็นอย่างงั้น
    กูไม่แน่นอนก็ได้วะ
    June 26

    พูดถึงหนัง

    วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องหนัง
     
    เรื่องล่าสุดที่ดูคือ Number23
    จิมแครรี่เล่น (ทำไมกูไม่เคยรู้ว่ามีหนังเรื่องนี้วะ? มันเข้าโรงไหม?)
    สนุกเว่อร์
    ฟังเสียงในฟิล์ม ไม่ใช่จะรู้เรื่องเท่าไหร่
    (ขอโทษที ช่วงนี้หูมันชินกะภาษาญี่ปุ่นมากกว่า)
    แต่สนุกดีเหมือนกันอ่ะ ชอบ
    แต่ว่า
    แต่ว่า
    แต่ว่ายังดูไม่จบเครื่องถึงสุวรรณภูมิก่อน
    เซ็งมากมาย
    ใครรู้ตอนจบ ช่วยเล่าด้วย
     
    อีกเรื่อง
    ดูก่อนดูเรื่องเลขยี่สิบสาม
    มันคือ
    มันคือ
    มันคือเรื่อง The Fugitive
    หนังที่เคยได้ยินชื่อมานานเว่อร์ แต่ไม่เคยดู
    อยากบอกว่า มันเป้นหนังที่ดี เยี่ยม และสุดยอดมากๆ
    ไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้
    แต่เป็นหนังที่เราขอนับถือเลย
    อยากให้ได้ดูกันอ่ะ
     
    ดูแล้วอยากทำหนังขึ้นมาทันที
    (หนังโป๊???)
     
    วันก่อน ดูหนังที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นทำ
    รู้สึกไฟในตัวคุโชน
    แต่ไม่นานก็มอดดับ
     
    เบื่อตัวเองตรงนี้แหละ
    ทำอะไรให้มันถึงที่สุดไม่ได้
     
    ตอนนี้อยากทำหนังที่ใครดูก็ต้องร้องไห้
    กับหนังที่ใครดูแล้วรู้สึกมีพลังในการตามหาความฝัน
     
    วันนึงจะทำให้ได้
     
    "คุณเคยรักใครขนาดนี้ไหม?
    แล้วคุณเคยถูกรักขนาดนี้ไหม?"
    อันนี้เป็นคำโปรยของหนังเรื่อง จดหมาย ของเกาหลี
     
    อยากทำหนังรัก
    ถึงกูจะไม่มีดวงความรักก็ตาม

    กลับมาแล้ว

    กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพ
    นั่งเครื่องนอร์ทเวสต์มา
    ดูเหมือนไฮโซเลยเนอะ
     
    อย่าลืม เรามีนัดกันวันเสาร์นะจ้ะ
    June 24

    ความรักกับกู

    ทั้งๆที่พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว
    แต่กูก็ยังมานั่งประสาทแดกกับความรักอยู่อีก
     
    กูเนี่ย เคยไปแอบชอบคนตั้งหลายคน
    ทั้งคนที่มีเจ้าของ คนที่ยังว่าง
     
    กูเนี่ย มีคนมาแอบชอบด้วยนะ
    ผู้หญิงก็มี ผู้ชายก็มี
     
    กูเคยหักอกคนด้วย
     
    และตอนนี้ กูอกหัก
     
    คำว่าอกหักเนี่ย
    เคยสงสัยนะ ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่
    สำหรับกู อกหัก มันเหมือนคนมีความรักแล้วมันไม่สมหวัง
    เจ็บจนเหมือนอกมันหัก
    ประมาณนั้น
    เพราะงั้น การรักเขาข้างเดียว หรือ การเลิกกัน
    มันก็อกหักไม่ใช่เหรอ?
     
    แต่ก็มีคนบอกว่า
    ไม่นะ อกหักมันเป็นอาการของคนที่รักกัร แล้วเลิก ต่างหาก
     
    แต่ก่อน กูก็ใช้คำนี้ไปทั่วแหละ
    ไปชอบใคร เขาไม่ชอบตอบ มันก็อกหักแล้ว สำหรับกู
     
    ตอนนี้พูดได้เต็มปากจริงๆว่าอกหัก
     
    มันยังเจ็บไม่หายเลยน้า ไม่ดีเลย
     
    ยังยืนยันคำเดิม
    คนไม่มีดวงความรัก มันก็อกหักซ้ำซากนั่นแหละ
     
    ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
     
     
    โถ่ อีโง่ เมื่อไหร่จะเจียมตัวเอง
    เขาเคยรักมึง มันก็บุญเท่าไหร่แล้ว
    จะเรียกร้องห่าอะไรมาก
    น้ำหน้าอย่างมึง มันจะไปมีความรักได้ยังไง
    ก็รู้ตัวตั้งนานแล้วนี่หว่า
    สมองมีก็หัดจำๆเอาไว้ซะบ้าง
    ไม่งั้น ก็คว้านสมองในกะโหลกทิ้ง
    แล้วเอาน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูน้ำหน้าตัวเองซะ
    อีควายยยยยยยยย
    ฉลาดบ้างเถอะคนดี
    จะโง่ดักดานไปทำไมกัน
    June 18

    -diary-

    2007.06.02

    ไม่อยากเลิกกับโอ๊ต แต่ก็ไม่อยากร้องไห้แล้ว มันต้องเลือกทางเดียวสินะ 
    ก็น่าจะรู้ตัวว่าไม่ควรมีแฟน บอกตัวเองเสมอๆ "เป็นแฟนที่ดีัไม่ได้หรอก เธอน่ะ" ก็ย้ำเสมอ แล้วทำไมถึงทำลงไปนะ 
    รู้สึกเกลียดตัวเอง 
    เก้าเดือนที่ผ่านมา มีทั้งสุขทั้งทุกข์ จำความสุขได้ดี ทุกข์ไม่ค่อยอยากจำก็ไม่จำ
    รักโอ๊ตว่ะ รักชิบหาย รักเท่าที่ผู้หญิงคนนึงจะรักผู้ชายได้ ไม่อยากเลิก  อยากอยู่กับคนนี้
    เคยไม่อยากแต่งงาน แต่กับโอ๊ตอยากแต่ง เพราะรัก เพราะว่ารักเหลือเกิน
    แต่เรามันโลภ ยังไงก็ไม่พอสินะ ใครมันจะรักเราได้ รักได้เท่าที่เราต้องการ จะมีไหม? มีก็แค่ตัวเองนั่นแหละ 
    ทั้งๆที่รู้ก็ยังคบโอ๊ต แล้วก็มานั่งร้องไห้ มานั่งเสียใจ เพราะเขาตอบสนองเราทั้งหมดไม่ได้
    ก็รู้นะ มันไม่มีหรอกโลกนี้น่ะ คนที่จะรักเรา ทำให้เราได้เท่าที่ต้องการ รู้นะ ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ยังไม่รักคนอื่น
    มันจะจบยังไงกันนะ สงสารตัวเอง แล้วก็สงสารโอ๊ต ไม่อยากเลิกเลยจริงๆ แต่ก็กลัวตัวเอง
    ถ้าวันนึง รักจนทนไม่ไหว ฆ่าตัวตายล่ะ? ตอนนี้ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว เพราะรักจริงๆ เหนื่อยชิบเป๋ง มานั่งร้องไห้ มานั่งเครียด
    จำได้เคยมีคนพูดว่า "ที่ทำอยู่เนี่ย สนุกไหม" ตอนนั้นเรื่องอะไรจำไม่ได้ ความรักนี่แหละ ไปชอบใครซักคน
    มันไม่สนุกเลยว่ะ กูทรมานมากเลย ทำไมกูต้องมานั่งร้องไห้ นั่งเช็ดขี้มูกตัวเอง มาเจ็บปวด
    อยากจะกรีดแขนตัวเองทุก สองวินาที อยากจะไปหาเดี๋ยวนี้ อยากจะตายไปเลยจะได้ไม่เจ็บ
    ทรมานจริงๆ ฝั่งนู้นรู้ไหม? คงลืมไปแล้วว่ากูเป็นคนคิดมากระดับไหน คงลืมไปแล้ว  รักกูหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกกันหน่อยไม่ได้ใช่ไหม?
    นี่กูรออะไรอยู่เนี่ย? รอฟังว่าโอ๊ตขอแต่งงาน? ฝันเหรอ? ทำเหมือนไม่รู้จักโอ๊ต รู้จักสิ กูรู้ กูเข้าใจ เพราะรู้ว่าเป็นยังไง กูเลยร้องไห้นี่ไง

    ***********************************************

    ข้างบนเป็นไดอารี่ที่เขียนลงสมุด
    เอามาลงเพราะว่าจะบอกว่า
    ความคิดที่เลิกกันไม่ได้มีแค่โอ๊ต
    ขอร้อง
    อย่าโทษโอ๊ต
    ถ้าจะโทษ โทษเราแล้วกัน
    เพราะเราไม่สามารถอยู่ข้างโอ๊ตได้เอง

    สัญญาว่าเอนทรี่นี้จะเป็นเอนทรี่สุดท้ายที่นี่ที่จะเขียนถึงโอ๊ต
    คงต้องเลือกจบแล้วจริงๆ

    แค่นี้แหละ
    เพื่อนทุกคนที่เคยสนับสนุน ความรักของเรา
    ขอบคุณมาก
    จะดีใจ ถ้าทุกคนช่วยกลับไปเขียนสเปซ ไดอารี่ หรืออะไรของตัวเอง
    เหมือนที่เคยอัพตอนที่เราคบกัน
    ถ้าทำได้จะดีใจจริงๆ
    (ไม่มีเหตุผลอะไร แค่อยากไปอ่านเฉยๆ)

    ดีใจได้เลย ไอ้แนฟกลับมาแล้ว
    (แต่จะดีใจกันหรือเปล่านะ?)


    June 17

    -choice-

    ตอนนี้ในสมองมันก็ยังมีแต่ภาพสวยๆ
    กูพยายามนึกว่าแม่งมีเรื่องห่วยๆอะไรบ้าง
    นึกไม่ออก
    ที่เคยเหมือนทะเลาะ
    ก็จำได้แค่ลางๆ
    ลบทิ้งไปหมดแล้วเรื่องไม่ดีอ่ะ
    มันก็เลยยังสวยงามอยู่
     
     
    ตอนนี้มีทางเลือกให้ตัวเองสองทาง
    (อีกแล้ว)
    ทำไมมันต้องเลือกด้วยน้า
    คนเรามีชีวิตเพื่อเลือกสินะ
    แต่เลือกถูกเลือกผิด
    ค่อยว่ากัน
     
    ทางที่หนึ่ง
    รอต่อไป ทำได้แค่รอ
    อย่างเพลง
    "เสมอต้นเสมอปลาย"
    "รักระเหยเป็นไอ"
    (ทำไมมีแต่อาร์เอสวะ)
     
    หรืออีกทาง
    จบกัน ตัดใจ
    อย่างเพลง
    "ปลายทาง"
    "ปล่อยวาง"
    (อันนี้ก็มีแต่แกรมมี่)
     
    จะเลือกอันไหนดี
    เปิดโหวตจะมีใครช่วยโหวตไหม
    หลังไมค์ทางเมลล์ก็ได้นะ
    ตัดสินใจเอง มันผิดบ่อยๆ
    ลองรับฟังคนอื่นท่าทางจะดีกว่า
    June 16

    -ikiruyo-

    แหม พอช่วงอย่างงี้สเปซไม่รวนให้อัพง่ายเชียว
     
    ไม่มีอะไรมาก
     
    แค่มาอัพเฉยๆ
     
    เอาแค่ให้รู้ว่ายังหายใจนะ
     
     
    แต่ไอ้คำว่าเป็นเพื่อนเนี่ย
    มันดีกว่ายังไงกูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
    June 15

    ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา

    ตำนานรักเก้าเดือนครึ่ง
    (อาจจะเก้าเดือนอ่ะนะ อีกครึ่งคงเป็นฝั่งเราฝั่งเดียว)
     
    มันเริ่มจากความเป็นเพื่อน
    แล้วก็กำลังจะจบที่ความเป็นเพื่อน
     
    เหมือนความฝันจังเลยนะ
    ตอนนี้เหมือนเพิ่งตื่นเลย
     
    เป็นฝันดีที่แสนหอมหวาน
     
    เคยคิดว่าตัวเองจะไม่มีแฟนตลอดชีวิต
    แต่พอได้พบ ก็คิดว่าคนนี้แหละ ไม่มีวันทำให้เราเสียใจ
    เชื่อใจได้ เพราะเขาเป็นคนดี
     
    เวลาที่ผ่านมามีความสุข สุขมากจริงๆ
    ขอบคุณนะ
     
    เหตุผลที่เลิกกัน
    มองในแง่ดี
    "ยังรักอยู่ แต่ว่าอาจจะต่างกันมากเกินไป ก็เลยรีบถอนตัวออกมาก่อน"
    มองในแง่ร้าย
    "มันไม่เหลือแล้ว ความรักที่เคยมี ก็จบจบไปเลย"
     
    ขอมองในแง่ดีนะ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่
    ก็เขาไม่ได้บอกอะไรนี่นา
    ไม่ต้องโทษฝั่งนั้น
    เพราะเขาก็คงใช้ความกล้าในการบอกเหมือนกัน
    คิดว่าเขาเสียใจไม่น้อยกัน
     
    ถ้าบอกว่าเราไม่โกรธเลยก็เหมือนโกหก
    กูยังรักอยู่นี่ โผล่มาบอกรักไม่เหมือนเดิมแล้ว
    มันเหมือนโดนน็อกไปเลย
    แต่ก็นะ พูดตรงๆก็ยังรักอยู่จริงๆ
    มันคงต้องใช้เวลาสินะ
     
    บล็อกนี้ไม่ต้องเม้นท์หรอกนะ
    แค่ขอระบายเฉยๆ
     
    ไม่ต้องห่วง ไม่ทำอะไรไม่ดีแน่
    ไม่ทำร้ายตัวเองหรอก
    เพราะสัญญาเอาไว้แล้วนี่
    รักษาสัญญานะ ถึงทางนั้นจะไม่รักษาสัญญาของเขาก็ตาม
    (นี่แน่ะ แอบแขวะเลย)
     
    ขอบคุณจริงๆและขอโทษนะ
    June 14

    -endless-

    กูไม่ยอมจบแบบนี้
    ไม่จบ
    ไม่มีวันจบ
    June 13

    -the end-

    มันจบแล้ว
     
    คนไม่มีดวงความรัก
    มันก็อกหักซ้ำซากนั่นแหละ
     
    แล้วกูก็ได้กลับมาใู้ช้คำนี้
     
    June 11

    -หนุ่มๆที่พูดถึง-

    หากใครอ่านข้างล่างแล้ว
    อยากเห็นรูปหนุ่มๆที่ไอ้แนฟมันชมมันคลั่ง
    ขอเชิญคลิ๊กที่นี่
     
    เพิ่มเติม
    คุณพนักงานรูปหล่อชื่อยูตะ ไปดูรูปเพิ่มที่นี่
    http://www.sexpot-revenge.com/pickup/sr_yuta.html
    (กูเพิ่งรู้ว่ายามไม่ใส่หมวกผมเธอฟูเว่อร์)
     
    อ้อ กำลังคิดจะไปสมัครงานที่เซ็กพอทอยู่
    ขอฝึกทำโฟโต้ช้อปกะอิลลัสก่อนนะ อุอิ
    June 09

    -หาเงิน-

    ประกาศ
    มีวี่แววไ้ด้กลับไทยปลายๆเดือน
    ใครสนใจไปรับ จะยินดีมาก
    เพราะจะไปเซอร์ไพรส์ที่บ้าน
    เลยจะกลับเอง
    คุณแฟนไม่สามารถติดต่อได้
    จะไปรับหรือไม่ ไม่แทรบ
    เพื่อนๆสนใจไปรับไกลถึงสุวรรณภูมิ ขอเชิญ
    ตอนนี้รับฝากซื้อของ
    อัตราเรท สำหรับเพื่อนคุยกัน สำหรับเพื่อนของเพื่อน ก้คุยกัน
    แต้งค์หลาย
    June 07

    -เรื่องเว่อร์ๆเมื่อวาน-

    จะบอกว่ายาวเว่อร์ อ่านไม่ไหวไม่ว่าจ้ะ
    แต่ถ้าอ่านเม้นท์หน่อยนะ
    อันอื่นไม่เม้นท์ไม่ไร อันนี้เม้นท์หน่อยนะๆ


    เมื่อวานไปทัศนศึกษามา
    กำหนดการของโีรงเรียนคือ ไปดูคาบูกิแล้วล่องเรือไปอาซากุสะ
    ส่วนกำหนดการไอ้แนฟคือ ไปฮาราึูจูกุและชินจูกุ

    เลือกชุดนานมาก
    อยากใส่สีสดๆ เพราะจะถ่ายรูปให้แม่ดูด้วย
    แม่ชอบให้ใส่สีสดใส ไม่ชอบดำหมองหม่น
    สุดท้ายเลือกเสื้อน้องกระต่าย (อีกแล้ว) กับกระโปรงของBPN
    ซื้อมาชาตินานแล้ว เพิ่งได้ใส่เฮอะๆ
    แต่ว่าไม่ได้ใส่ปลอกขานะ ลืมอ่ะ ลืมไปเลยว่าเซ็ตมันมีปลอกขาด้วย
    ก็ใส่ถุงเท้าลายกะปลอกแขน
    (เหมือนรีชุดตอนไปโอซาก้าเลย เอาไว้ลงรูปวันหลังนะ)


    นั่งรถไปก็หลับๆตื่นๆ เพราะก่อนนั้นนอนดึกนิดหน่อย


    ถึงที่ดูคาบูกิ เป็นเหมือนโรงละคร อ่านว่าอะไรไม่รู้อ่านไม่ออก
    [เพื่อนบอกว่า 国立劇場-こくりつげきじょう]
    โอ้แม่เจ้า ร้อนเว่อร์
    เด็กนักเรียนมัธยมปลายเยอะเว่อร์ ผู้ชายผู้หญิงเพียบ
    แน่นอน ไอ้แนฟเน้นผู้ชาย กรั๊กๆๆๆๆๆ
    ก็ยังเด็กอ่ะนะ แต่บางคนก็ฉายแววหล่ออยู่ อิอิ


    ที่น่านอนหลับเว่อร์
    เขาก็ออกมาอธิบายนู่นนี่
    เสียงมีำพลังดีจัง
    พอดูแล้ว อยากเล่นละครเวทีขึ้นมาทันที
    (เคยเล่นนะคะ แล้วก็เคยอยากเรียนแบบจริงจัึงด้วย)
    ก็ว่าไป
    พอเริ่มเล่น ความง่วงเริ่มครอบงำ
    แต่ก็สนุกดีนะ
    ชอบ เพราะทั้งหมดเป็นผูู้ชายเล่น เฮอะ กูชอบ
    แล้วแบบ เล่นก็สนุกดี เป็นเรื่องที่ขอไม่เล่า เพราะยาวเว่อร์
    (เล่นไม่นานหรอก แต่อธิบายท่าทางจะยาว)


    เลิกก็กินข้าวกล่องบนรถ
    ไม่อร่ิอยเว่อร์ แต่ก็เยอะเว่อร์เหมือนกัน
    ดีว่าเอากล่องไปเก็บกลับเลย งกเว่อร์


    ไปนั่งเรือค่ะ
    ก่อนขึ้นก็ถ่ายรูปเยอะเว่อร์ แดดยังแรงเว่อร์เหมือนเดิม
    ขึ้นไป ตอนแรกจะหาที่นั่ง
    แต่ว่าด้านหลังมันสวยกว่า ลมโกรกด้วย
    อีกอย่าง
    สายตาอันว่องไวของไอ้แนฟ โฟกัสคนหล่อไว้แล้ว
    แม่งงงงงงงงง น่ารักเว่อร์
    แบบเซอร์ๆดีอ่ะ
    เหมือนเพิ่งกลับมาจากเที่ยว เพราะมีกระเป๋าเดินทางด้วย
    มากับเพื่อนสามคน
    โฮกกกกก คือ ยืนแอบดูนานมาก ให้เพื่อนถ่ายรูปให้ด้วยอ่ะ
    ไม่กล้าถ่ายเอง
    ตอนลง แยกกัน แอบเศร้า ฮ่าๆๆๆ
    แต่เขาตัวเตี้ยเว่อร์เหมือนกันนะ

    แล้วก็แยกกลับ ไม่กลับกับรถโรงเรียน แหม ได้ประหยัดค่ารถเข้่าเมืองนี่นา
    ก็ไปกับเพื่อนอีกกลุ่ม
    ไปอาซากุสะก่อน ตั้งกะอยู่ญี่ปุ่นไม่เคยไปเลยอ่ะนะ
    ก็ได้ถ่ายรูป
    พอเข้าข้างในก็ถ่ายๆๆๆๆ
    ก่อนเข้า อ่ะ เอาอีกรูป ให้เพื่อนถ่ายให้
    ทำท่า ฮารุฮิ (เป็นการ์ตูนอ่ะ)
    แล้วมีคนบอก
    "เฮ้ยๆ ไอ้คนบนเรือที่แกบอกว่าหล่อมา"
    หันไป มาจริง กรี๊ดดดด ไอ้ที่เก็กนี่แบบ ไม่ออกเลย เขิน
    ฮ่าๆๆๆ เขาเตี้ยเว่้อร์จริงๆ
    กะว่าเจออีกที กูขอเบอร์แน่นอน แต่ไม่เจอ กรั๊กๆๆๆๆ

    ก็เข้าไปไหว้
    อืมเสี่ยงเซียมซีด้วยอ่ะ ได้โชคดีมาก
    ถ้าเป็นจริงคงดี
    ช่วงนี้รู้สึกแย่ๆชอบกล
    แต่ได้เจอคนหล่อนี่ ดีแล้วแหละ อิอิ


    จากนั้นไปฮาราจูกุ
    เดินไปเข้า Body Line ก่อนเลย
    แล้วก็เสียเึงินเลย ฮ่าๆๆๆ
    คนขายเป็นคนเดิมเหมือนคราวก่อน น่ารัก ชอบ
    เป้นคนที่แต่งโลลิขึ้นเว่อร์
    แล้วชุดที่ได้งวดนี้ก็คุ้มเว่อร์ เป็นเซ็ตเลย
    (ไม่บอกราคาจ้ะ เด๊ยวโดนด่าว่าโง่)
    ได้่ข่าวว่า ชุดก่อนยังไม่ได้ใส่เลย เอิ้ก
    (อันก่อนมะใช่้ชุดนะ กระโปรงต่างหาก)


    จากนั้น น้องเอแสนดีที่เรากิ๊กอยู่
    (กูกิ๊กข้างเดียว น้องไม่เกี่ยวแต่อย่างใด ขำขำ)
    ออเดอร์ของมา เป็นเสื้อของ Sex Pot


    ก็เลยเดินไปดู
    เอ พี่รักมึงงงงงงงงงงงงงงง
    แม่ง คนขายหล่อเว่อร์พระ้เจ้า น่ารักสุดๆอ่ะ
    เข้าไปแบบ เออ น่ารักว่ะ
    (เำพื่อนที่ไปด้วย คอนเฟิร์มค่ะ แต่เขาเจาะปาก เพื่อนไม่ชอบ
    ไม่ไร กูชอบค่ะ)
    แล้วพอเอาใบออเดอร์ให้เขาหาให้
    เขาก็แบบกระวีกระวาดหาเลยนะ เซอร์วิซเว่อร์
    (จริงๆ ตอนนั้นไม่มีลูกค้าอ่ะ คงว่าง)
    ก็หาอันที่อยากได้มากๆไม่ได้ เลยเอาอันที่หาได้มา
    คือ ตอนหาเขาก็ถามว่าเราเข้าใจภาษาญี่ปุ่นไหม
    พูดช้าๆชัดๆ
    น่ารักเว่อร์
    แล้วถามเขาว่ามีไซส์ไหน
    เขาบอกมีเอสกะเอ็ม
    เราก็ดูๆ เอบอกให้ลองวัดกับตัวเราก็ได้
    ก็ทาบๆแต่ดูไม่ออก
    นี่เลย ไอ้แนฟ ขอโทษคุณพนักงานรูปหล่อ ทาบกับตัวเขาเลย
    แม่เจ้า เขายืดอกให้วัด
    กูจะบ้าาาาาา น่ารักเว่อร์
    ก็เอาไซส์เอ็มมาค่ะ
    ตอนจ่ายเูงินเขาก็ชวนคุย เราก็คุยดิ แต่แบบ มองหน้าเขาตาเยิ้มเลย
    (เพื่อนคอนเฟิร์ม บอกเก็บอาการเก่ง แต่ตานี่หวานเยิ้ม)
    แล้วกูก็ กูก็
    กูก็ขอเขาถ่ายรูปปปปปปปปปปปปปปป
    ใจดีเว่อร์ ให้ถ่ายด้วย
    แล้วเก็กท่าบ้าๆให้ถ่าย ขำ ภาำพสั่นเลย
    ก็บอกเขา ขอแบบธรรมดาได้ไหม
    เขาก็ อ่ะ ขอโทษ แล้วยืนนิ่ง
    แต่มือกูมันสั่นไปตามหัวใจ แม่ง ภาำพสั่นเลย
    แต่ก็ดีใจนะ น่ารัก
    เอ แต้ึงนะจ้ะ อยากได้เสื้อผ้่าของ Sex pot อีกบอกได้
    ค่ารถไปซื้อออกให้ อิอิ


    จากนั้นก็ไปร้านที่รัก
    ช่วงนี้ไ่ม่ค่อยได้ซื้ออะไรร้านที่รักเลย
    อยากซื้อการ์ึตูน แต่มันหนักเว่อร์อ่ะนะ
    ก็มาถ่ายสติ๊กเกอร์แทน
    ก่อนนั้น พาเพื่อนอีกคนไปดูหน้าคุณพนักงานรูปหล่อ
    ยืนยันอีกเสียง ว่าหล่อ
    กะว่า ถ้าเดินย้อนอีกรอบไปเจอเป็นรอบสาม กูจะไปขอเบอร์
    แต่ก็ไม่ได้ไปว่ะ เหอๆ


    กลับมาชินจูกุ เพื่อนดูมือถือ
    กลัว like an edison ปิด เพราะว่า มีคนออเดอร์ดีวีดีซาดี้มา
    เลยแยกไปซื้อ
    แุถวยาวเว่อร์
    เพราะว่า วันนี้ออกวันออกซิงเกิ้ลของหลายวง
    ไม่พอ ตอนสี่โมง เดสเปรย์มา
    (ตอนนั้นกูยัง มองไอ้หล่อแต่เตี้ยที่อาซากุสะอยู่เลย)
    ก็เข้าแุถว จ่ายเงิน
    ปวดขาเว่อร์ เพราะว่าใส่ส้นตึกไปอ่ะนะ
    จะไปร้านอื่น ดันปิดอีก ก็เลยต้องรอ

    แล้วเดินไปซื้อของต่อ
    กูอึดเว่อร์อ่ะ
    ก็ขำขำ
    ที่ทำงาน โทรมาบอกว่า อาทิตย์หน้าให้เข้าวันพุธกะเสาร์
    เฮอะ ทำอาทิตย์ละสองวัน
    จะพอแดกไหม แุถมลดค่าชั่วโมงกูอีก
    เลวเว่อร์
    หาที่ใหม่ให้ว่ิอง

    ก่อนกลับกิน ซูชิ ห่วยเวอร์
    ไม่ได้เรื่อง

    กลับหอ
    ยังเล่นเน็ตไปเจอเรื่องเศร้าเว่อร์ ที่ไม่อยากพูดถึง

    อาบน้ำ
    เขียนไดอารี่สมุด
    (เขียนเรื่องคุณพนักงานรูปหล่อเกือนหนึ่งหน้าเต็ม
    เขียนเรื่องเศร้า สี่บรรทัด กร๊ากกกกกกก กูไม่อยากร้องไห้
    ไม่คิดจะดีกว่า)
    ทำการบ้าน
    นอน


    เมื่อวานเป้นวันที่สนุกเว่อร์มากๆอ่ะ
    ยังเซ็งตัวเอง
    ถ้าไม่เล่นเน็ต คงไม่รู้เรื่องเศร้าเว่อร์อันนั้น


    พอละ
    ยาวเว่อร์อ่ะ

     

    June 03

    tired

    เคยรักใครแบบที่ยอมทนได้ทุกอย่างมั๊ย?
    กูเคย
    เคยรักใครแบบหน้ามืดตามัว โดยที่ตัวเองก็รู้ตัวมั๊ย?
    กูเคย
    เคยรักใครแบบที่ถ้าเขาบอกให้ไปตายก็จะไปมั๊ย?
    กูเคย
     
     
    มันก็แค่เรื่องในอดีตอ่ะนะ
    ตอนนี้กูไม่มี"ใคร"คนนั้นแล้ว
    และไม่คิดว่าจะมีอีกด้วย
     
     
    ขนาดไำม่มีกูยังเหนื่อยขนาดนี้เลย
    เพราะงั้น อย่ามีดีกว่า
    แต่อย่างน้อยครั้ึงนึงในชีวิตกูก็เคยมี
     
     
    งงมั๊ย?
    กูงง
     
     
    เมื่อนานมาแล้ว
    อัพไดอารี่ไว้ที่ที่นึง
    เป็นที่สาธารณะแบบนี้แหละ
    ตอนนั้นยังโสด
    ตามชอบรุ่นน้องไปวันๆ
    แล้วก็เอามาเครียดไปวันๆ
    มีคนถามว่า
    "ที่เป็นอยู่เนี่ย สนุกมั๊ย?"
    ตอนนั้นจำได้ว่า ด่ากลับไป ฮ่าๆๆๆ
    ก็กูจะอัพอะไรก็สิืทธิ์ของกูนี่
    แต่มานั่งเขียนในสมุดไดอารี่ตัวเองนะ
    "เวลาอกหักอ่ะ มัีนเจ็บชิ๊ปเป๋งเลย แต่เวลาได้ชอบใครมันก็มีึความสุขมากจริงๆ"
     
     
    มีเพื่อนที่ทะเลาะกับแฟน
    เคยแนะนำมันไปว่า
    "ถ้ามึงต้องมานั่งคร่ำครวญร้องไห้เนี่ย กูว่าเลิกไปเลยเถอะ
    ร้องครั้งเดียวให้จบ ดีกว่าร้องเป็นระยะๆอีก แล้วก็หาใหม่"
     
     
    ขำตัวเอง
    สิ่งที่มันไม่ใู่ช่เรื่องของตัวเองก็พูดได้นั่นแหละ
    แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของตัวเองขึ้นมาทีนึง
    ใบ้แดกไปเลย
     
     
    กูไม่อยากเลิก แต่กูก็ไม่อยากร้องไห้
    โลภจังเลยนะ
     
     
    ตอนนี้เหนื่อยมากเลย
    ชีวิตคนแม่งมีสุขและทุกข์คละกันไป
    ก็เข้าใจกันดีนั่นแหละ
     
     
    สิ่งที่ต้องเลือก สิ่งที่ควรเลือก สิ่งที่อยากเลือก
    มันตรงกันยากจังแฮะ
    กูไม่เลือกเลยคงจะดีกว่า
     
     
    เอนทรี่นี้ยาวและมั่วดี
     
     
    ใครสักคนเคยบอก
    "ความผิดข้อเดียวของการเป็นมนุษย์ก็คือ การมีึความรู้สึกรักโลภโกรธหลงนั่นแหละ"
     
     
    แล้วกูก็เคยบอกใครต่อใคร
    "เ้ป็นผู้ใหญ่สิ จะได้ไม่เจ็บ"
    ตอนนี้กูเจ็บ แปลว่ากูยังเด็กสิเนอะ
     
     
    อยากจะลองนอนหลับไปนานๆ
    เมื่อคืนคว้ายาแก้ปวดหัวมาแล้ว
    แต่ว่า มันก็ไม่ใู้ช่ยานอนหลับอยู่ดีแหละเนอะ
     
     
    ถ้านอนแล้วในความฝันมันมีความสุขละก็
    ไม่อยากตื่นมาเลย
    แต่ว่าถ้าแม้่แต่ในฝันมันยังต้องร้องไห้ล่ะ?
     
     
    ปัญหาโลกแตกโคตร
     
     
    ไม่ต้องห่วง
    อัพเพ้อเจ้อไปงั้นเองจ้ะ
    June 02

    เป็นคนรอนี่มันน่าเบื่อนะ

    เป็นคนรอนี่มันน่าเบื่อเนอะ
     
    วันนี้โทรหาโอ๊ต
    หาโปรแกรมโทรใหม่ได้ ดีใจแสดดดด
    ก็โทรไป
    โอ๊ตบวช เอ๊ย อยู่งานบวช
    (ทำไมมีเรื่องศาสนากันเยอะจัง
    พลอย ถือศีล พิ้งเวียนเทียน)
    เลยไม่ได้คุย
    นัดกันอีกทีสี่ทุ่ม เราบอกว่าเราจะโทร ถ้าโทรได้
    แต่ถ้าไม่ได้ก็อีกเรื่อง
    โอ๊ตบอกว่า ไม่ไร ถ้าโทรไม่ได้มันจะโทรมาเอง
    แล้วไง สุดท้ายไอ้แนฟโทรไปไม่ได้
    เพราะว่าโปรแกรมมันหมดเวลาฟรีแล้ว
    ก็นั่งรอโทสับคุณแฟน
    หึหึ
    รอไปชั่วโมงกว่าๆ
    อยากอาบน้ำ
    ลองเล่นเน็ต ฝากเบสถาม
    ปรากฏไม่มีตังโทรออกแล้ว
    กูก็รอไปเรื่อยสิ
    ไม่ชอบเป้นคนรอ
    ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น ตรงเวลาเป้นบ้าเป็นหลัง
    การเป็นคนรอมันไม่สนุกเลยจริิงๆ
     
    พูดไปงั้นแหละ
    เพราะจริงๆแล้ว โอ๊ตมันรอนานกว่าเราอีก อิอิ
     
    กูต้องเชื่อใจแฟน ต้องเข้าใจแฟน
    พยายามท่องเอาไว้
    ก็มันทำได้แค่นี้นี่นา
    June 01

    12 12

    ไม่ได้อัพนาน
    อะไรของสเปซไม่รู้ อัพได้บ้างไม่ได้บ้าง
     
    ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว
    ย๊ากยาก
    แต่จะพยายามเก็บเงินเก็บตังค์
     
    มันเป็นร้านญี่ปุ่นอ่ะนะ
    แล้วแบบ ดูพิธีรีตองนิดหน่อย
    ก็เราได้เสิร์ฟบ้าง เก็บของบ้าง
    ที่ชอบคือขัดห้องน้ำ
    งานอะไรที่ไม่ต้องพูดกับคนอ่ะ ชอบนักเชียว
     
    หลายๆคนคงรู้เรื่องเรากับโอ๊ต
    ยังน่ะ ยังรักกันดี(หรือเปล่าวะ รักสิๆ)
    โทษทีที่โทรไปจิกทุกคนเลย
    มีเวลาตามล่าเบอร์แฟน แต่ไม่มีเวลาคุยกะเพื่อน
    ซอรี่ซออู้ซอด้วง
    ตอนนี้ก็ไม่มีอะไร ไม่ต้องคิดมาก
    (บอกตัวเองดีกว่านะกู)
    ไม่ต้องห่วง กูจะดูแลโอ๊ตเอง
    (แมนอีกแล้วค่ะ)
     
    เด๊ยวต้องไปทำงานละนะ
    แวะมานิดๆหน่อยๆ
     
    แอบเซ็งคุณแฟน
    บอกว่าจะโทรก็ไม่โทร
    แต่ก็นะ ผู้ชายก็เงี้ย เข้าใจๆ
    ขี้ลืมบ่อยไม่ว่า
    ถ้าลืมว่ามีแฟนสิ มีเคือง
     
    เออ เมื่อวันที่สามสิบที่ผ่านมา
    ครบรอบเก้าเดือนคบกับโอ๊ต
    (นานเหมือนกันแฮะ)
    ถ้าได้กันตั้งแต่วันแรก ลูกคงคลอดแล้ว เอิ้กๆ
     
    รักโอ๊ตนะจ้ะ
    รักเพื่อนๆด้วยนะจ้ะ
     
    ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนมิถุนาจะกลับไปเดินเล่น
    May 24

    หลายๆเรื่อง

    เกิดอะไรหลายอย่างกับชีวิตไอ้แนฟ
    เอาคร่าวๆ
     
    เปลี่ยนสีผมแล้ว ทำสีดำ
    แต่มีส่วนที่ไม่ติด สีออกเขียวๆ สวยดี
    ไม่เหมือนไฮไลท์ เหมือนทำผิด
    ซึ่งก็ผิดจริงๆอ่ะนะ
     
    ไปสมัครงานเขารับแล้ว
    ตอนแรกรับเทบุรุเซ็ตโตะ หรือ จัดโต๊ะ
    แต่ไปสัมภาษณ์จริง ให้ทำฮอลล์
    คือทำทุกอย่างในร้าน
    เสิรฟ์ รับออเดอร์ เก็บโต๊ะ ทำความสะอาด
    ไม่ไร จะพยายามล้างจาน กรั๊กๆๆๆๆ
    เพื่อเงินท่องไว้ เพื่อเงิน
     
    มีคอนแทกต์แต่ไม่มีน้ำยา
    จะซื้อที่นี่ก็แพงเว่อร์ เลยซื้อแต่น้ำยาแช่เลนส์
    ตอนนี้ปวดตาดี
    ถ้าตามันเสีย จะทำไงวะกู
    งกไม่เข้าท่าจริงๆ
     
    กลับมาเครียดอีกแล้วช่วงนี้
    คิดอะไรมากตามประสาเราเง
    คิดจรเครียดลงกระเพาะ
    อ้วกอีกแล้ว
    แต่ไม่ต้องห่วง ยังกินอาหารตามปกติ
    ก็เสียดายนะ กินแล้วออกซะงั้น
     
    อยากรวยจังเลย
    อยากรวยแบบไม่ต้องทำอะไรเลย
    แม่งถอนเงินมาใช้แบบสิ้นเปลืองแล้วตายเลยก็ดีนะ
    พูดไปงั้นแหละ
    ไม่ต้องห่วงยังมีคนที่รักเรา และเรารักอยู่
     
    ชีวิตมันก็แค่นี้
     
    ขำขำ
     
    ถ้าขำออกอ่ะนะ