| Nav's profileNav's spacePhotosBlogLists | Help |
|
|
July 01 ส่งท้ายส่งท้ายก่อนกลับญี่ปุ่น
(สรุปญี่ปุ่นคือบ้านแก? ใช้คำว่ากลับซะด้วย)
ไปเที่ยวกับเพื่อนๆมา
แต่ถึงจะเป็นเพื่อนๆก็ไม่ครบอยู่ดีนั่นแล
เริ่มจากเช้าส่งมอบของ หาเงินค่ารถ
เจอไอ้เบนด้วย ได้คุยอะไรนิดหน่อยกับมัน ก็รู้สึกดีขึ้น
พอปูกะผึ้งมนัสมา ก็ไปหาไรกิน
แมดซ์แวะมาแป็ปนึงเพราะมีธุระ มันจะตามมาอีกทีเย็นๆ
แล้วกิก็มา เซียลก็มา
ก็นั่งแต่งหน้า สนุกสนาน
(อยากจะชอบการแต่งหน้าเหมือนกัน แต่คงเปลืองเว่อร์อ่ะนะ)
ปูให้ยืมเสื้อ เนื่องจากชุดที่เราใส่แมนไป และเหมือนวินมอไซค์
(และเสื้อนั่นตอนนี้อยู่กะเรา เสื้อเราอยู่กะปู ซวย)
เซียลให้ของขวัญเป็นสร้อยกาษานาคา เอ๊ย วิเวียน
แล้วไปซื้อคอนแทก
ออกให้เซียลไปก่อน (จะหวังได้คืนดีไหมนะ)
ซื้อของตัวเองมาด้วย สีเทากะฮาเซล
เฮอะ ลองใส่ในทันที ดูหน้าประหลาดๆชะมัด
เดินไปสยามดิส เซียลไปหาเพื่อน
แล้วไปศูนย์หนังสือจุฬาต่อ
เพราะเพื่อนเราฝากซื้อของ เลยได้ดิกตัวเองด้วย
(เพราะอันของผึ้ง เด๊ยวต้องคืน)
กิแยกตัวหลับไปซ่อมโน๊ตบุ๊ค
ผึ้งมนัสแยกตัวไปเข้าออฟฟิส
แล้วไปสวีทซิน
กินเค้ก (เหมือนเซียลกะปูจะเลี้ยง แต่เราก็ออกด้วย
เค้กที่มันสั่งอ่ะ เค้กสตอเบอร์รี่ อยากกินกันเองนี่หว่า หะนอย)
ตอนนี้พิ้งกะการ์ตูนมาแล้ว
เดินไปดูกรู๊ฟไรเดอร์ที่ลานสยามดิส
ได้ทันเพลงสุดท้าย "ถ้าปล่อยให้เธอเดินผ่าน"
เสียงบุรินทร์ดีเว่อร์ (ขนาดดูดบุหรี่ด้วยนานั่น)
แอบเสียดายนิดหน่อย
ตามด้วยเจจะขึ้น ตอนแรกเซียลจะดู
แต่พิธีกรนานเว่อร์ เลยชิ่งกัน
ก็ไปเล่นเกม เซียลตักตุ๊กตา
เราเลิกเล่นแล้ว ที่ญี่ปุ่นหมดไปเยอะเลยนะนั่น พอๆๆๆๆ
แล้วพิ้งก็ไปซื้อของขวัญมาให้เรา เป็นสมุดโน๊ต 365 วัน
(ปีนึง มันนานนะเธอ)
การ์ตูนกลับไปก่อน
แมดซ์มาแล้ว ก็เลยไปโอโซนกัน
แล้วก็อยากร้องเกะก็เลยจะไปเกะ
(ซื้อแผ่นเกะเรโทรมาแล้วจ้า ดีใจสุดขีดเลย
ได้ยินมาว่า เรโทรจะออกอัลบั๊มเดียวแล้วกลับไปใต้ดิน
จริงแท้ไม่ทราบ แต่ก็ดีนะ อิอิ)
ฝ่าฝนกันไป
(เหมือนฝ่าฟันเลยแฮะ อุปสรรค)
เนื่องด้วยหิว เลยแวะกินส้มตำกัน
(หมดไปอื้อเหมือนกัน)
จากนั้นไปเกะ
โอ๊ย ได้ห้องเดิม กุละเซ็ง ไม่ชอบอะไรซ้ำซากน่อ
เบสมาแจมด้วย
ก็ร้องกันสนุกสนานรื่นเริง ยกเว้นเพลงจบ เซ็ง
(หมดไปอื้ออีก)
ขากลับ พิ้งกลับเอง
ปู เซียล แมดซ์ ติดแท็กซี่เรากลับ
ถึงบ้าน แม่ออกแนวนอยด์ๆ เฮ้อ
เคยบอกใช่ไหม ของที่อยู่ในมือเรา มักจะเสียหาย
ทั้งเอ็มพี่สี่ มือถือ ความรัก....
ล่าสุด แว่นกูแตก!!! ลงจากแท็กซี่หล่นอ่ะ
คือ ก็หาไม่เจอในบ้าน เดาว่า หน้าบ้านแหละ
แต่... แต่... แต่เพลียเลยรีบนอน
ผลสุดท้าย ตื่นมาตอนนี้ เจ็ดโมงกว่าๆ
ออกมาดู
แสร่ดดดดดดดดดดดดดด
แตกไปแล้ว พี่ออกรถ เหยียบแบน แตกเลย
ซวยเว่อร์
เบื่อจริงๆเลย
พรุ่งนี้กลับญี่ปุ่นแล้ว
คนไปส่งมีแค่ครอบครัว
(ทำไมมันลดลงเรื่อยๆนะ)
ก็แหงหละ 6 โมงเช้าบิน ต้องไปตั้งกะตีสี่เลยม้างนั่น
ขอบคุณทุกคนที่มา
ส่วนคนที่มาไม่ได้ ไว้โอกาสหน้า
คราวหน้า เจอกันแค่เพื่อนๆกันได้ไหมอ่า
ถ้าจะมีธุระ ขอวันอื่น หรือไปทำให้เสร็จแล้วค่อยมานะ
มันขาดตอนง่ะ
นี่ก็เป็นเอนทรี่ส่งท้ายด้วย
จะไปหาที่ทำใหม่แล้วหละ
ที่นี่มีความทรงจำเยอะเกินไป
เราเป้นคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยความหลัง
ซึ่งมีแต่คนบอกว่าไม่ดี
ขอเวลาเปลี่ยนเมลล์ เปลี่ยนตัวเองใหม่ก่อนนะ
ไม่ได้ปิดตัวเหมือนที่เคยทำ
(สามหรือสี่ครั้งวะ?)
ยังไงเราก็ยังเป็นเด็กเจร็อกอยู่ดี
(เด็ก??? พูดไม่อายปากเลยมึง) June 29 HBDวันเกิดแล้วจ้า
ปีนี้ขอให้+1-1แล้วกันนะ
ไม่ขออะไรมาก
ไม่โลภหรอก
สำหรับท่านใดสงสัยในอายุ
ว๊าย
อายุเป็นเพียงแค่สายลมฝ่านพัดไป
ขำขำ
29มิถุนายน
วันดีนะ
(ปีที่แล้วไปตัดผมวันนี้ ปีนี้ก็ว่าจะไปตัดผม เหอๆ)
EDIT
เพิ่มเติม
ปีนี้ได้คำอวยพรแรกจากเบสพัลส์
โคตรจะดีใจ
แฮปล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน กร๊าซซซซซ
นอกนั้นก็ไปตามจิกมาว่า วันนี้วันเกิด
(อยากโทรไปขอคำอวยพรจากพี่บอมจริงๆ)
มีทั้ง
พวกที่อวยพรผ่านสเปซ
อวยพรผ่านเอ็มเอสเอ็น
อวยพรผ่านโทรศัพท์
ขอบคุณมากมาย
ขอให้ทุกอย่างที่ทุกคนขอเป็นจริง
และสะท้อนกลับไปหาคนที่อวยพรทุกคน
(ใครอวยพรไม่จริงใจ มึงตาย กรั๊กๆๆๆ)
ตัดผมละ เหมือนไม่ตัดเลยกู June 28 อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้เราเป็นคนประเภทที่ว่า
ถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ จะไม่สัญญา
ซึ่งปกติแล้วก็ทำไม่ได้จริงๆ
สัญญาที่เคยพูดแล้วทำได้
ถ้าจำไม่ผิดมีเรื่องเดียว
คือจะไว้ผมไว้อาลัยให้คาซึกิหนึ่งปี
ไม่ทำสี ไม่ตัด ไม่อะไรเลย(แต่สระผมนะยะ)
แล้วก็ทำได้จริงๆ
ตอนนี้ไอ้ที่สัญญาไว้
ทำไม่ได้อีกเรื่องแล้ว
เคยเขียนนะ
มีเอนทรี่นึงบอกว่า
จะเขียนเรื่องโอ๊ตอันนั้นเป็นครั้งสุดท้าย
กูทำไม่ได้ละ
พรุ่งนี้วันเกิดกู
หวังว่าครั้งนี้สะญญาไปจะทำได้
อันนี้เป็นเอนทรี่สุดท้ายจริงๆที่จะเขียนถึงมัน
เหมาะสำหรับผู้ที่ชาชินกับนิสัยกู
กับปากอันหมาๆของกู
รับไม่ได้ไม่ต้องอ่าน
ไม่ได้ขอร้อง ไม่ได้กราบตีนให้อ่าน
กูไม่เคยคิดว่า รักแท้แพ้ระยะทาง
แต่มันก็เป็นจริง
ก็รักแท้ที่มีให้แค่ข้างเดียวน่ะ
มันใช่ความรักซะที่ไหนล่ะ
มันก็รักข้างเดียวน่ะสิ
ตอนแรกที่เจอโอ๊ต คือตอนที่มันเล่นงานเจวินเทอร์
กูไม่สนใจหรอก ไปดูก็ไอ้กิ ไปดูเพื่อน
ตอนแรกที่ได้คุยกัน
คือกิแนะนำว่า นี่พี่โอ๊ต สต๊าฟบาสตาร์ดอีกคน
ตอนสุดท้ายที่เจอ คือตอนที่มันมาส่งเรากับครอบครัวเรา
ตอนสุดท้ายที่ได้คุย
คือเราโทรไป แล้วมันบอกว่าแดกยา คุยไม่สะดวก และ โทสับไม่ดี
"โหลๆ อะไรวะ"
นี่ไง จำแม่นเว่อร์
ตอนนั้นยังขำตัวเอง
ถ้าเกิดหลังจากนั้น กูตาย โอ๊ตตาย แม่งไม่โรแมนติกเลย คำสุดท้ายเนี่ย
อ่ะ
แค่นี้แหละ
ตอนนี้รู้สาเหตุแล้ว เจ็บนิดหน่อย
แต่รู้สึกดีขึ้นเยอะ
หลายเรื่องที่เกิดมันเป็นเพราะกูเอง
แต่การเลือกแก้ปัญหาแบบโอ๊ต มันผิดนะกูว่า
สรุปแล้ว กูดูคนผิดไปจริงๆ
โอ๊ตเคยบอกว่า ไม่ใช่เรื่องผิดที่คบกับแนฟ
แต่กูขอบอกว่า กูผิดที่เลือกคบมึง กูเสียใจมากที่คบมึง
กูไม่น่าคบกับมึงเลยโอ๊ต
ที่เคยขอบคุณที่รักกันไปเนี่ย
ไม่น่าพูดออกมาเลย
พูดให้คนอย่างมึงเนี่ย กูรู้สึกแย่มากเลย
เอนทรี่นี่
ออกจะแนวเรื่องส่วนตัว
แต่ก็อย่างว่า
I-Nav's Story นี่นะ
ประจานคนผ่านพื้นที่กูไม่ผิดนะ
สำหรับคนไม่แมนอีกสองคน ขอเมลล์ไปหาดีกว่า June 27 คนโง่ก็คือคนโง่จุ๊ๆๆๆ
ชื่อหัวข้อมิได้หมายถึงไอ้แนฟแต่อย่างใด
เพราะไอ้แนฟฉลาดนะเออ
เวลาผ่านไป จะทำให้คนโง่รู้ตัวเอง
ว่าตัวเองทำโง่อะไรอยู่
และตัวเองเคยโง่อะไรไป
แต่ก็นะ คนโง่ก็คือคนโง่
ไม่แน่ เวลาผ่านไป
มันก็ยังโง่ดักดานอยู่นั่นแหละ
แต่พูดตรงๆ กูก็เคยโง่อ่ะนะ
คนเรามันต้องเคยโง่ทั้งนั้น
เพียงแต่จะโง่ไปอีกนานแค่ไหน
หรือจะโง่ตลอดชีพล่ะ?
เคยมีคนบอกว่า
"ถ้ามีปัญหา มันก็ต้องมีคนผิด
ถ้าเธอไม่ผิด ผมจะรับความผิดนั้นไว้เอง"
ก่อนหน้านี้ กูโง่ไปรับผิดให้คนอื่น
ตอนนี้ กูฉลาดแล้ว
มึงนั่นแหละผิด
มีคนบอกว่า
"แนฟ มึงก็ผิดนะ.....
ผิดที่เลือกคนผิด"
โห ดวงตาเห็นธรรมเลยกู
โง่ตั้งนาน ฉลาดก็ตอนนี้
ขอสนับสนุนให้ทุกคนเลิกโง่อย่างเป็นทางการ
แต่สำหรับคนโง่ดักดาน
วันที่มึงฉลาด คือ วันที่สายเกินไป
แล้ววันนั้น กูจะไปสมน้ำหน้ามึง
สุดท้ายนี้
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ข้างกัน
สำหรับสิ่งที่กูเคยขอบคุณไป
(สิ่ง มิใช่ คน)
กูไม่ขอคืน ให้แล้วให้เลย แนฟแฟร์อยู่แล้ว
ถือว่าเป็นค่าโง่ก็แล้วกัน
เสียค่าโง่
ให้คนโง่
จากคนเคยโง่
แมร่ง เอนทรี่นี่
โง่กระจาย ควายเต็มเลย
กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
ปล.
กูเป็นคนไม่แน่นอน
ใช่สิ
กูนอนด้วยไม่ได้แน่ๆ
แต่อีด-อกข้างๆมึงอ่ะ นอนด้วยได้สินะ
ถ้าแน่นอนเป็นอย่างงั้น
กูไม่แน่นอนก็ได้วะ June 26 พูดถึงหนังวันนี้จะมาพูดถึงเรื่องหนัง
เรื่องล่าสุดที่ดูคือ Number23
จิมแครรี่เล่น (ทำไมกูไม่เคยรู้ว่ามีหนังเรื่องนี้วะ? มันเข้าโรงไหม?)
สนุกเว่อร์
ฟังเสียงในฟิล์ม ไม่ใช่จะรู้เรื่องเท่าไหร่
(ขอโทษที ช่วงนี้หูมันชินกะภาษาญี่ปุ่นมากกว่า)
แต่สนุกดีเหมือนกันอ่ะ ชอบ
แต่ว่า
แต่ว่า
แต่ว่ายังดูไม่จบเครื่องถึงสุวรรณภูมิก่อน
เซ็งมากมาย
ใครรู้ตอนจบ ช่วยเล่าด้วย
อีกเรื่อง
ดูก่อนดูเรื่องเลขยี่สิบสาม
มันคือ
มันคือ
มันคือเรื่อง The Fugitive
หนังที่เคยได้ยินชื่อมานานเว่อร์ แต่ไม่เคยดู
อยากบอกว่า มันเป้นหนังที่ดี เยี่ยม และสุดยอดมากๆ
ไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้
แต่เป็นหนังที่เราขอนับถือเลย
อยากให้ได้ดูกันอ่ะ
ดูแล้วอยากทำหนังขึ้นมาทันที
(หนังโป๊???)
วันก่อน ดูหนังที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นทำ
รู้สึกไฟในตัวคุโชน
แต่ไม่นานก็มอดดับ
เบื่อตัวเองตรงนี้แหละ
ทำอะไรให้มันถึงที่สุดไม่ได้
ตอนนี้อยากทำหนังที่ใครดูก็ต้องร้องไห้
กับหนังที่ใครดูแล้วรู้สึกมีพลังในการตามหาความฝัน
วันนึงจะทำให้ได้
"คุณเคยรักใครขนาดนี้ไหม?
แล้วคุณเคยถูกรักขนาดนี้ไหม?"
อันนี้เป็นคำโปรยของหนังเรื่อง จดหมาย ของเกาหลี
อยากทำหนังรัก
ถึงกูจะไม่มีดวงความรักก็ตาม กลับมาแล้วกลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพ
นั่งเครื่องนอร์ทเวสต์มา
ดูเหมือนไฮโซเลยเนอะ
อย่าลืม เรามีนัดกันวันเสาร์นะจ้ะ June 24 ความรักกับกูทั้งๆที่พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว
แต่กูก็ยังมานั่งประสาทแดกกับความรักอยู่อีก
กูเนี่ย เคยไปแอบชอบคนตั้งหลายคน
ทั้งคนที่มีเจ้าของ คนที่ยังว่าง
กูเนี่ย มีคนมาแอบชอบด้วยนะ
ผู้หญิงก็มี ผู้ชายก็มี
กูเคยหักอกคนด้วย
และตอนนี้ กูอกหัก
คำว่าอกหักเนี่ย
เคยสงสัยนะ ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่
สำหรับกู อกหัก มันเหมือนคนมีความรักแล้วมันไม่สมหวัง
เจ็บจนเหมือนอกมันหัก
ประมาณนั้น
เพราะงั้น การรักเขาข้างเดียว หรือ การเลิกกัน
มันก็อกหักไม่ใช่เหรอ?
แต่ก็มีคนบอกว่า
ไม่นะ อกหักมันเป็นอาการของคนที่รักกัร แล้วเลิก ต่างหาก
แต่ก่อน กูก็ใช้คำนี้ไปทั่วแหละ
ไปชอบใคร เขาไม่ชอบตอบ มันก็อกหักแล้ว สำหรับกู
ตอนนี้พูดได้เต็มปากจริงๆว่าอกหัก
มันยังเจ็บไม่หายเลยน้า ไม่ดีเลย
ยังยืนยันคำเดิม
คนไม่มีดวงความรัก มันก็อกหักซ้ำซากนั่นแหละ
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
โถ่ อีโง่ เมื่อไหร่จะเจียมตัวเอง
เขาเคยรักมึง มันก็บุญเท่าไหร่แล้ว
จะเรียกร้องห่าอะไรมาก
น้ำหน้าอย่างมึง มันจะไปมีความรักได้ยังไง
ก็รู้ตัวตั้งนานแล้วนี่หว่า
สมองมีก็หัดจำๆเอาไว้ซะบ้าง
ไม่งั้น ก็คว้านสมองในกะโหลกทิ้ง
แล้วเอาน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูน้ำหน้าตัวเองซะ
อีควายยยยยยยยย
ฉลาดบ้างเถอะคนดี
จะโง่ดักดานไปทำไมกัน June 18 -diary-2007.06.02 ไม่อยากเลิกกับโอ๊ต แต่ก็ไม่อยากร้องไห้แล้ว มันต้องเลือกทางเดียวสินะ *********************************************** ข้างบนเป็นไดอารี่ที่เขียนลงสมุด สัญญาว่าเอนทรี่นี้จะเป็นเอนทรี่สุดท้ายที่นี่ที่จะเขียนถึงโอ๊ต แค่นี้แหละ ดีใจได้เลย ไอ้แนฟกลับมาแล้ว June 17 -choice-ตอนนี้ในสมองมันก็ยังมีแต่ภาพสวยๆ
กูพยายามนึกว่าแม่งมีเรื่องห่วยๆอะไรบ้าง นึกไม่ออก ที่เคยเหมือนทะเลาะ ก็จำได้แค่ลางๆ ลบทิ้งไปหมดแล้วเรื่องไม่ดีอ่ะ มันก็เลยยังสวยงามอยู่
ตอนนี้มีทางเลือกให้ตัวเองสองทาง
(อีกแล้ว) ทำไมมันต้องเลือกด้วยน้า คนเรามีชีวิตเพื่อเลือกสินะ แต่เลือกถูกเลือกผิด ค่อยว่ากัน ทางที่หนึ่ง
รอต่อไป ทำได้แค่รอ อย่างเพลง "เสมอต้นเสมอปลาย" "รักระเหยเป็นไอ" (ทำไมมีแต่อาร์เอสวะ) หรืออีกทาง
จบกัน ตัดใจ อย่างเพลง "ปลายทาง" "ปล่อยวาง" (อันนี้ก็มีแต่แกรมมี่)
จะเลือกอันไหนดี เปิดโหวตจะมีใครช่วยโหวตไหม หลังไมค์ทางเมลล์ก็ได้นะ ตัดสินใจเอง มันผิดบ่อยๆ ลองรับฟังคนอื่นท่าทางจะดีกว่า June 16 -ikiruyo-แหม พอช่วงอย่างงี้สเปซไม่รวนให้อัพง่ายเชียว
ไม่มีอะไรมาก
แค่มาอัพเฉยๆ
เอาแค่ให้รู้ว่ายังหายใจนะ
แต่ไอ้คำว่าเป็นเพื่อนเนี่ย มันดีกว่ายังไงกูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี June 15 ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นาตำนานรักเก้าเดือนครึ่ง
(อาจจะเก้าเดือนอ่ะนะ อีกครึ่งคงเป็นฝั่งเราฝั่งเดียว)
มันเริ่มจากความเป็นเพื่อน
แล้วก็กำลังจะจบที่ความเป็นเพื่อน
เหมือนความฝันจังเลยนะ
ตอนนี้เหมือนเพิ่งตื่นเลย
เป็นฝันดีที่แสนหอมหวาน
เคยคิดว่าตัวเองจะไม่มีแฟนตลอดชีวิต
แต่พอได้พบ ก็คิดว่าคนนี้แหละ ไม่มีวันทำให้เราเสียใจ
เชื่อใจได้ เพราะเขาเป็นคนดี
เวลาที่ผ่านมามีความสุข สุขมากจริงๆ
ขอบคุณนะ
เหตุผลที่เลิกกัน
มองในแง่ดี
"ยังรักอยู่ แต่ว่าอาจจะต่างกันมากเกินไป ก็เลยรีบถอนตัวออกมาก่อน"
มองในแง่ร้าย
"มันไม่เหลือแล้ว ความรักที่เคยมี ก็จบจบไปเลย"
ขอมองในแง่ดีนะ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่
ก็เขาไม่ได้บอกอะไรนี่นา
ไม่ต้องโทษฝั่งนั้น
เพราะเขาก็คงใช้ความกล้าในการบอกเหมือนกัน
คิดว่าเขาเสียใจไม่น้อยกัน
ถ้าบอกว่าเราไม่โกรธเลยก็เหมือนโกหก
กูยังรักอยู่นี่ โผล่มาบอกรักไม่เหมือนเดิมแล้ว
มันเหมือนโดนน็อกไปเลย
แต่ก็นะ พูดตรงๆก็ยังรักอยู่จริงๆ
มันคงต้องใช้เวลาสินะ
บล็อกนี้ไม่ต้องเม้นท์หรอกนะ
แค่ขอระบายเฉยๆ
ไม่ต้องห่วง ไม่ทำอะไรไม่ดีแน่
ไม่ทำร้ายตัวเองหรอก
เพราะสัญญาเอาไว้แล้วนี่
รักษาสัญญานะ ถึงทางนั้นจะไม่รักษาสัญญาของเขาก็ตาม
(นี่แน่ะ แอบแขวะเลย)
ขอบคุณจริงๆและขอโทษนะ June 11 -หนุ่มๆที่พูดถึง-หากใครอ่านข้างล่างแล้ว
อยากเห็นรูปหนุ่มๆที่ไอ้แนฟมันชมมันคลั่ง ขอเชิญคลิ๊กที่นี่ เพิ่มเติม
คุณพนักงานรูปหล่อชื่อยูตะ ไปดูรูปเพิ่มที่นี่ http://www.sexpot-revenge.com/pickup/sr_yuta.html
(กูเพิ่งรู้ว่ายามไม่ใส่หมวกผมเธอฟูเว่อร์) อ้อ กำลังคิดจะไปสมัครงานที่เซ็กพอทอยู่ ขอฝึกทำโฟโต้ช้อปกะอิลลัสก่อนนะ อุอิ June 09 -หาเงิน-ประกาศ
มีวี่แววไ้ด้กลับไทยปลายๆเดือน ใครสนใจไปรับ จะยินดีมาก เพราะจะไปเซอร์ไพรส์ที่บ้าน เลยจะกลับเอง คุณแฟนไม่สามารถติดต่อได้ จะไปรับหรือไม่ ไม่แทรบ เพื่อนๆสนใจไปรับไกลถึงสุวรรณภูมิ ขอเชิญ ตอนนี้รับฝากซื้อของ
อัตราเรท สำหรับเพื่อนคุยกัน สำหรับเพื่อนของเพื่อน ก้คุยกัน แต้งค์หลาย June 07 -เรื่องเว่อร์ๆเมื่อวาน-จะบอกว่ายาวเว่อร์ อ่านไม่ไหวไม่ว่าจ้ะ
เลือกชุดนานมาก
แล้วก็แยกกลับ ไม่กลับกับรถโรงเรียน แหม ได้ประหยัดค่ารถเข้่าเมืองนี่นา ก็เข้าไปไหว้
แล้วเดินไปซื้อของต่อ ก่อนกลับกิน ซูชิ ห่วยเวอร์ กลับหอ อาบน้ำ
June 03 tiredเคยรักใครแบบที่ยอมทนได้ทุกอย่างมั๊ย?
กูเคย เคยรักใครแบบหน้ามืดตามัว โดยที่ตัวเองก็รู้ตัวมั๊ย?
กูเคย เคยรักใครแบบที่ถ้าเขาบอกให้ไปตายก็จะไปมั๊ย?
กูเคย มันก็แค่เรื่องในอดีตอ่ะนะ
ตอนนี้กูไม่มี"ใคร"คนนั้นแล้ว
และไม่คิดว่าจะมีอีกด้วย ขนาดไำม่มีกูยังเหนื่อยขนาดนี้เลย
เพราะงั้น อย่ามีดีกว่า แต่อย่างน้อยครั้ึงนึงในชีวิตกูก็เคยมี งงมั๊ย?
กูงง เมื่อนานมาแล้ว
อัพไดอารี่ไว้ที่ที่นึง เป็นที่สาธารณะแบบนี้แหละ ตอนนั้นยังโสด ตามชอบรุ่นน้องไปวันๆ แล้วก็เอามาเครียดไปวันๆ มีคนถามว่า "ที่เป็นอยู่เนี่ย สนุกมั๊ย?" ตอนนั้นจำได้ว่า ด่ากลับไป ฮ่าๆๆๆ ก็กูจะอัพอะไรก็สิืทธิ์ของกูนี่ แต่มานั่งเขียนในสมุดไดอารี่ตัวเองนะ "เวลาอกหักอ่ะ มัีนเจ็บชิ๊ปเป๋งเลย แต่เวลาได้ชอบใครมันก็มีึความสุขมากจริงๆ" มีเพื่อนที่ทะเลาะกับแฟน
เคยแนะนำมันไปว่า "ถ้ามึงต้องมานั่งคร่ำครวญร้องไห้เนี่ย กูว่าเลิกไปเลยเถอะ ร้องครั้งเดียวให้จบ ดีกว่าร้องเป็นระยะๆอีก แล้วก็หาใหม่" ขำตัวเอง
สิ่งที่มันไม่ใู่ช่เรื่องของตัวเองก็พูดได้นั่นแหละ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของตัวเองขึ้นมาทีนึง ใบ้แดกไปเลย กูไม่อยากเลิก แต่กูก็ไม่อยากร้องไห้
โลภจังเลยนะ ตอนนี้เหนื่อยมากเลย
ชีวิตคนแม่งมีสุขและทุกข์คละกันไป
ก็เข้าใจกันดีนั่นแหละ สิ่งที่ต้องเลือก สิ่งที่ควรเลือก สิ่งที่อยากเลือก
มันตรงกันยากจังแฮะ กูไม่เลือกเลยคงจะดีกว่า
เอนทรี่นี้ยาวและมั่วดี
ใครสักคนเคยบอก
"ความผิดข้อเดียวของการเป็นมนุษย์ก็คือ การมีึความรู้สึกรักโลภโกรธหลงนั่นแหละ"
แล้วกูก็เคยบอกใครต่อใคร
"เ้ป็นผู้ใหญ่สิ จะได้ไม่เจ็บ" ตอนนี้กูเจ็บ แปลว่ากูยังเด็กสิเนอะ อยากจะลองนอนหลับไปนานๆ
เมื่อคืนคว้ายาแก้ปวดหัวมาแล้ว แต่ว่า มันก็ไม่ใู้ช่ยานอนหลับอยู่ดีแหละเนอะ ถ้านอนแล้วในความฝันมันมีความสุขละก็
ไม่อยากตื่นมาเลย แต่ว่าถ้าแม้่แต่ในฝันมันยังต้องร้องไห้ล่ะ? ปัญหาโลกแตกโคตร
ไม่ต้องห่วง อัพเพ้อเจ้อไปงั้นเองจ้ะ June 02 เป็นคนรอนี่มันน่าเบื่อนะเป็นคนรอนี่มันน่าเบื่อเนอะ
วันนี้โทรหาโอ๊ต
หาโปรแกรมโทรใหม่ได้ ดีใจแสดดดด ก็โทรไป โอ๊ตบวช เอ๊ย อยู่งานบวช (ทำไมมีเรื่องศาสนากันเยอะจัง พลอย ถือศีล พิ้งเวียนเทียน) เลยไม่ได้คุย นัดกันอีกทีสี่ทุ่ม เราบอกว่าเราจะโทร ถ้าโทรได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็อีกเรื่อง โอ๊ตบอกว่า ไม่ไร ถ้าโทรไม่ได้มันจะโทรมาเอง แล้วไง สุดท้ายไอ้แนฟโทรไปไม่ได้
เพราะว่าโปรแกรมมันหมดเวลาฟรีแล้ว ก็นั่งรอโทสับคุณแฟน หึหึ รอไปชั่วโมงกว่าๆ อยากอาบน้ำ ลองเล่นเน็ต ฝากเบสถาม ปรากฏไม่มีตังโทรออกแล้ว กูก็รอไปเรื่อยสิ ไม่ชอบเป้นคนรอ
ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น ตรงเวลาเป้นบ้าเป็นหลัง การเป็นคนรอมันไม่สนุกเลยจริิงๆ พูดไปงั้นแหละ
เพราะจริงๆแล้ว โอ๊ตมันรอนานกว่าเราอีก อิอิ กูต้องเชื่อใจแฟน ต้องเข้าใจแฟน พยายามท่องเอาไว้ ก็มันทำได้แค่นี้นี่นา June 01 12 12ไม่ได้อัพนาน
อะไรของสเปซไม่รู้ อัพได้บ้างไม่ได้บ้าง ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว
ย๊ากยาก แต่จะพยายามเก็บเงินเก็บตังค์ มันเป็นร้านญี่ปุ่นอ่ะนะ
แล้วแบบ ดูพิธีรีตองนิดหน่อย ก็เราได้เสิร์ฟบ้าง เก็บของบ้าง ที่ชอบคือขัดห้องน้ำ งานอะไรที่ไม่ต้องพูดกับคนอ่ะ ชอบนักเชียว หลายๆคนคงรู้เรื่องเรากับโอ๊ต
ยังน่ะ ยังรักกันดี(หรือเปล่าวะ รักสิๆ) โทษทีที่โทรไปจิกทุกคนเลย มีเวลาตามล่าเบอร์แฟน แต่ไม่มีเวลาคุยกะเพื่อน ซอรี่ซออู้ซอด้วง ตอนนี้ก็ไม่มีอะไร ไม่ต้องคิดมาก (บอกตัวเองดีกว่านะกู) ไม่ต้องห่วง กูจะดูแลโอ๊ตเอง (แมนอีกแล้วค่ะ) เด๊ยวต้องไปทำงานละนะ
แวะมานิดๆหน่อยๆ แอบเซ็งคุณแฟน
บอกว่าจะโทรก็ไม่โทร แต่ก็นะ ผู้ชายก็เงี้ย เข้าใจๆ ขี้ลืมบ่อยไม่ว่า ถ้าลืมว่ามีแฟนสิ มีเคือง เออ เมื่อวันที่สามสิบที่ผ่านมา
ครบรอบเก้าเดือนคบกับโอ๊ต (นานเหมือนกันแฮะ) ถ้าได้กันตั้งแต่วันแรก ลูกคงคลอดแล้ว เอิ้กๆ รักโอ๊ตนะจ้ะ
รักเพื่อนๆด้วยนะจ้ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนมิถุนาจะกลับไปเดินเล่น May 24 หลายๆเรื่องเกิดอะไรหลายอย่างกับชีวิตไอ้แนฟ
เอาคร่าวๆ
เปลี่ยนสีผมแล้ว ทำสีดำ
แต่มีส่วนที่ไม่ติด สีออกเขียวๆ สวยดี
ไม่เหมือนไฮไลท์ เหมือนทำผิด
ซึ่งก็ผิดจริงๆอ่ะนะ
ไปสมัครงานเขารับแล้ว
ตอนแรกรับเทบุรุเซ็ตโตะ หรือ จัดโต๊ะ
แต่ไปสัมภาษณ์จริง ให้ทำฮอลล์
คือทำทุกอย่างในร้าน
เสิรฟ์ รับออเดอร์ เก็บโต๊ะ ทำความสะอาด
ไม่ไร จะพยายามล้างจาน กรั๊กๆๆๆๆ
เพื่อเงินท่องไว้ เพื่อเงิน
มีคอนแทกต์แต่ไม่มีน้ำยา
จะซื้อที่นี่ก็แพงเว่อร์ เลยซื้อแต่น้ำยาแช่เลนส์
ตอนนี้ปวดตาดี
ถ้าตามันเสีย จะทำไงวะกู
งกไม่เข้าท่าจริงๆ
กลับมาเครียดอีกแล้วช่วงนี้
คิดอะไรมากตามประสาเราเง
คิดจรเครียดลงกระเพาะ
อ้วกอีกแล้ว
แต่ไม่ต้องห่วง ยังกินอาหารตามปกติ
ก็เสียดายนะ กินแล้วออกซะงั้น
อยากรวยจังเลย
อยากรวยแบบไม่ต้องทำอะไรเลย
แม่งถอนเงินมาใช้แบบสิ้นเปลืองแล้วตายเลยก็ดีนะ
พูดไปงั้นแหละ
ไม่ต้องห่วงยังมีคนที่รักเรา และเรารักอยู่
ชีวิตมันก็แค่นี้
ขำขำ
ถ้าขำออกอ่ะนะ |
|
|