Nav's profileNav's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 06

    we can make it : ARASHI

    แง่ม

    แปลไม่ดีเอาเลยเพลงนี้

    เร่งอ่ะ

    เพราะตั้งใจว่าจะแปลเพลงวันเว้นวัน

    แล้ววันนี้ มีนัดแดกเหล้า (กูกินกับอย่างเดียว) กับเพื่อนๆ

    ก็เลยต้องรีบปั่น

    คิดจะทำอะไร ต้องทำให้ได้

     

    เพราะเราสามารถทำให้มันเป็นจริงได้ !

    (เอาเพลงมาหาแดกเลย)

     

    ชอบเพลงนี้ ตั้งกะดูเรื่อง แบมบิโน่แล้ว

    (ตอนมันจบ กูอยู่ไทย อดดู เซ็ง)

    =====================================================

     

    We can make it!】

    過ぎ去りし日々 振り返ることも出来ずに Everyday

    どれくらいまだ この道は続くだろうか? カラダに

     

    感じるリズム 鼓動 翼に 迷い助走に 痛いほど愛しい

     

    We can make it true 本当の夢はいつもそばにある

    果てしなく 広い世界 ひとつだけ輝いた

    My Dream! My Dream

    We can make it! We can make it

     

    あふれる涙 大切なことも気づかずに in my eyes

    どれくらい前から 忘れてた気持ちなんだろう What a feeling

     

    持てる限りの 力 翼に 孤独乗り越え 突き進め明日へ

     

    We can make it true 揺るがない夢はいつもそこにある

    果てしなく 広い世界 今すぐにつかみとれ

    Your Dream! Your Dream

    Oh yeah! We can make it

     

    涙はきっと 悲しみの 終わりではなく 夢の足跡

    心熱き 今ここから そのStory 始まる Sing the dream

     

    僕はただただ黙々と DREAMと書いて「目標」と読む

    想像の向こう 向こうへと go go and go でon and on

     

    I said itgo go and goon and on

    I said itYo-ho and goon and on

     

    We can make it ture 本当の夢はいつもそばにある

    果てしなく 広い世界 ひとつだけ輝いた

    We can make it true 揺るがない夢はいつもそこにある

    果てしなく 広い世界 今すぐにつかみとれ

    Your Dream! Your Dream

    ================================

     

     

     

     

    We can make it!】

    sugisarishi hibi furikaeru koto mo dekizuni

    EVERYDAY

    dore kurai mada kono michi wa tsuduku darou ka? karada ni

     

    kanjiru rizumu kodou tsubasani

    mayoi josouni itai hodo itoshii

     

    We can make it true hontou no yume wa itsumo soba ni aru

    ateshinaku hiroi sekai hitotsu dake kagayaita

    My Dream! My Dream

    We can make it! We can make it

     

    afureru namida taisetsuna koto mo kiduka zuni in my eyes

    dore kurai mae kara wasureteta kimochi nandarou What a feeling

     

    moterukagiri no chikara tsubasa ni kodoku norikoe tsukisusume ashita e

     

    We can make it true yuru ga nai yume wa itsumo soko ni aru

    Ateshinaku hiroisekai ima sugu ni tsukamitore

    Your Dream! Your Dream

    Oh yeah! We can make it

     

    Namida wa kitto kanashimino owari dewa naku yume no sokuseki

    Kokoroatsuki ima koko kara zono STORY hajimaru  Sing the dream

     

    Boku wa tada tada  mokumoku to DREAM to kaite [mokuhyou] to yomu

    Souzou no mukou mukou e to   go go and go de on and on

     

    I said itgo go and go de on and on

    I said itYo-ho and go de on and on

     

    We can make it true hontou no yume wa itsumo soba ni iru

    ateshinaku hiroi sekai hitotsu dake kagyaita

    We can make it true yuru ga nai yume wa itsumo soko ni aru

    Ateshinaku hiroisekai ima sugu ni tsukamitore

    Your Dream! Your Dream

     

     

     

     

     

    We can make it!】

    วันเวลาที่ผ่านไป จะย้อนกลับไปก็ไม่ได้แล้ว ทุกๆวันเลย

    ร่างกายนี้น่ะ จะเดินต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ

     

    รู้สึกถึงจังหวะ  ปีกที่กำลังจะพุ่งออกไป รักจนเจ็บเลย

     

    เราทำให้เป็นจริงได้แน่ ความฝันที่แท้จริง อยู่ข้างๆเราเสมอ

    ไม่มีวันจบแน่ โลกกว้างใหญ่ใบนี้ สิ่งนี้เท่านั้นจะยังส่องแสงต่อไป

    ความฝันของผม ความฝันของผม

    เราทำได้แน่ เราทำได้แน่

     

    น้ำตาเจิ่งนอง ไม่รู้สึกถึงสิ่งสำคัญอะไร ในดวงตาผม

    ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ลืมไปหมด ไม่ว่าจะความรู้สึกอะไร

     

    มีกำลังที่ยังยึดความฝันเอาไว้  ปีกนี้จะพาให้ผ่านพ้น มุ่งไปสู่วันพรุ่งนี้

     

    เราทำให้มันเป็นจริงได้  ความฝันที่ไม่สั่นไหว อยู่ที่นั่นตลอด

    ไม่มีวันจบแน่ โลกกว้างใบนี้  ต่อจากนี้จับมันไว้ให้ดี

    ความฝันของเธอ ความฝันของเธอ

    โอ้ เย้ เราทำให้เป็นจริงได้

     

    ถึงจะมีน้ำตา แต่ไม่มีทางจบแบบเศร้าแน่ๆ ยังมีร่องรอยของความฝันอยู่

    หัวใจที่ร้อนแรง จากนี้ไป เรื่องราวจะเริ่มแล้ว ร้องเพื่อความฝัน

     

    ผมก็แค่เงียบ แค่เขียนความฝัน และทำให้มันเป็นจุดมุ่งหมาย

    จินตนาการไว้ แล้วมุ่งไปข้างหน้า ไปเลย ไปเลย ไปเลย

     

    อย่างที่ผมพูด ไปเลย ไปเลย ไปเลย

    อย่างที่ผมพูด ไปเลย ไปเลย ไปเลย

     

    เราทำให้มันเป็นจริงได้ ความฝันที่แท้จริง จะอยู่ข้างๆเสมอ

    ไม่มีวันจบสิ้น โลกกว้างใหญ่นี้ สิ่งนั้นเท่านั้นจะยังส่องแสงอยู่

    เราทำให้มันเป็นจริงได้ ความฝันที่ไม่สั่นไหว จะอยู่ตรงนั้นเสมอ

    ไม่มีวันจบสิ้น โลกกว้างใหญ่นี้ จับมันไว้ให้ดี

    ความฝันของเธอ ความฝันของเธอ

     

    ===============================================

    July 04

    sakura mau kisetsu ni : AYABIE

    桜舞う季節に』   作詞/彩冷える 作曲/彩冷える

    君が見えなくて
    僕も見えなくなって
    こんなにも傍にいたのに
    君と過ごした日々
    当たり前な温もりは消えて

    夏に恋をして 秋に寄り添い
    冬を越えて 桜舞う春
    想いよ
    すれ違うなんて

    君のふてくされた顔が大好きで
    わざと怒らせては頭を2回撫でて両頬を軽くつねるの
    まるで「ありふれた恋の歌」のような
    それは2人だけの仲直りの合図

    僕は形ばかりを追い求めて
    肝心なものが見えなくなってた

    僕が見てたのは隣で微笑む君じゃなかったんだよね

    君が見えなくて
    僕も見えなくなって
    こんなにも傍にいたのに

    作り笑顔ばかりの君に気付けなかった
    ごめんね

    歩幅を合わせようと息切らすを君に
    速度を合わせらてあげられなかった
    帰り道は 今は 2つ

    「ねぇ どこかでさ 君もこの 桜を見ているのかな」

    君は 「さよなら」 を言い出せないまま
    こんな泣き顔は見たことがなくて
    こんな時どうすればいいか
    解らない僕は
    ただ君の手を握る
     
    それでも「ごめんね」って笑おうとする
    君の笑窪に溜まる滴は海となり
    飛べないびしょぬれな鳥は僕

    いつもさ

    君は僕を見てくれてたよね 

    月は僕の言葉を青い魚と照らし
    君を遠くへ連れて行きました
     
    たくさんのごめんねを たくさんの大好きを
    たくさんの温もりを たくさんの涙を
    たくさんの思い出を たくさんの毎日を
    たくさんの僕を  たくさんの君よ
    「また逢えるよね」
    きっと


    Sakura mau kisetsu ni

    Kimi ga mienakute
    Boku mo mienaku natte
    Konnani mo soba ni ita noni

    Kimi to sugoshita hibi
    Atari maena nukumori wa kiete


    Natsu ni koi wo shite  aki ni yorisou
    Fuyu wo koete sakura mau haru
    Omoi yo
    Sure chigau nante

    Kimi no futekusareta kao ga daisuki de
    Wazato okorasete wa atama wo nikai nade te ryouhouhou wo karuku tsuneruno
    Marude ‘arifureta koi no uta’ no youna
    Sore wa futari dake no nakanaori no aizu

    Boku wa katachi bakari wo oimotomete
    Kanjinna mono ga mienaku natteta

    Boku ga mietano wa tonari de hohoemu kimi janakattan dayone

    Kimi ga mienakute
    Boku mo mienaku natte
    Konnanimo soba ni ita noni

    Tsukuri egao bakari no kimi nu kitsukenakatta
    Gomenne

    Hohaba wo awaseyouto iki kirasu wo kimi ni
    Sokudo wo awaserate agerare nakatta
    Kaeru michi wa ima wa futatsu

    ‘ne dokoka desa kimimo kono sakura wo miteiru no kana’

    Kimi wa ‘sayonara’ wo ii dasenai mama
    Konna nakigao wa mitakoto ga nakute
    Konna toki dou sureba iika
    Wakaranai boku wa
    Tada kimi no te wo nigiru

    Soredemo ‘gomenne’ tte waraou to suru
    Kimi no ekubo ni  tamaru shizuku wa umi tonari
    Tobenai bisho nurena tori wa boku
     
    Itsumo sa

    Kimi wa boku wo mite kureteta yone

    Tsuki wa boku no kotoba wo aoi sakana to terashi
    Kimi wo tooku e tsurete iki mashita

    Takusan no gomenne wo takusan no daisuki wo
    Takusan no nukumori wo takusan no namida wo
    Takusan no omoide wo takusan no mainichi wo
    Takusan no boku wo takusan no kimi yo
    ‘mata aer yone’
    kitto

     

    ฤดูที่ซากุระปลิดปลิว

    มองไม่เห็นเธอ ตัวผมเองก็มองไม่เห็น
    ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้แท้ๆ
    วันเวลาที่ผ่านไปพร้อมกับเธอ
    ความอบอุ่นที่เคยมีเลือนหายไปหมด

    ฤดูร้อนมีความรัก ฤดูใบไม้ร่วงขยับใกล้กันมากขึ้น
    ฤดูหนาวผ่านพ้นไป ซากุระปลิวในฤดูใบไม้ผลิ
    คิดถึงตอนที่เราสวนทางกัน

    ชอบใบหน้าเวลางอนของเธอจริงๆ
    แกล้งทำให้เธอโกรธ แล้วลูบหัวเธอสองทีก่อนจะหยิกเบาๆที่แก้มทั้งสองข้าง
    มันก็เหมือน “เพลงรักทั่วๆไป”
    เป็นวิธีคืนดีของเราสองคนเท่านั้น

    ผมไล่ตามเพียงแค่รูปร่าง
    แล้วสิ่งสำคัญก็เริ่มจะมองไม่เห็น

    สิ่งที่ผมเห็นก็คือไม่มีเธอคอยยิ้มอยู่ข้างๆอีกแล้ว

    มองไม่เห็นเธอ ไม่เห็นตัวผมเช่นกัน
    ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้แท้ๆ

    ไม่ได้สนใจเธอที่คอยสร้างรอยยิ้มให้เลย ขอโทษนะ

    เดินข้างๆกัน แต่เธอถอนหายใจอยู่
    ผมเองก็ไม่ได้ก้าวเดินไปด้วยความเร็วเท่าๆเธอ
    ตอนนี้ ถนนที่จะไปเลยกลายเป็นสองทาง

    “นี่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เธอก็คงเห็นซากุระเหมือนกันสินะ”

    เธอไม่ได้พูดออกมาว่า “ลาก่อน”
    ไม่เคยเห็นใบหน้าที่อาบน้ำตาขนาดนี้มาก่อน
    เวลาอย่างนี้ควรจะทำอย่างไรดี
    ผมที่ไม่รู้อะไรเลย
    ทำได้แค่กุมมือเธอเอาไว้

    ถึงอย่างนั้นแล้ว  ก็ทำได้แค่หัวเราะแล้วพูดว่า “ขอโทษนะ”
    หยดน้ำตาร่วงมาที่ลักยิ้มของเธอราวกับทะเล
    นกตัวเล็กที่เปียกปอนบินไม่ได้แล้วคือผมเอง

    ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม

    เธอยังคงมองผมเสมอ
     
    ดวงจันทร์ส่องแสงให้คำพูดของผม(กับปลาสีน้ำเงิน)
    พาเธอไปยังที่ที่ห่างไกล

    ขอโทษจริงๆ ชอบมากๆ
    อบอุ่นที่สุด น้ำตาล้นเอ่อ
    คิดถึงมากมาย ทุกๆวัน
    ผม เธอ
    “ยังพบกันได้อีกสินะ”
    ตลอดไป

     

    ------------------------------------------------

    แปลได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
    แต่เป็นเพลงที่เราชอบอีกเพลงนึงอ่ะนะ
    ก็ไม่เข้าใจวงนี้เลย มีอะไรกับปลาเป็นพิเศษหรือเปล่าวะเนี่ย?

    July 01

    ส่งท้าย

    ส่งท้ายก่อนกลับญี่ปุ่น
    (สรุปญี่ปุ่นคือบ้านแก? ใช้คำว่ากลับซะด้วย)
    ไปเที่ยวกับเพื่อนๆมา
    แต่ถึงจะเป็นเพื่อนๆก็ไม่ครบอยู่ดีนั่นแล
     
    เริ่มจากเช้าส่งมอบของ หาเงินค่ารถ
    เจอไอ้เบนด้วย ได้คุยอะไรนิดหน่อยกับมัน ก็รู้สึกดีขึ้น
     
    พอปูกะผึ้งมนัสมา ก็ไปหาไรกิน
    แมดซ์แวะมาแป็ปนึงเพราะมีธุระ มันจะตามมาอีกทีเย็นๆ
    แล้วกิก็มา เซียลก็มา
    ก็นั่งแต่งหน้า สนุกสนาน
    (อยากจะชอบการแต่งหน้าเหมือนกัน แต่คงเปลืองเว่อร์อ่ะนะ)
    ปูให้ยืมเสื้อ เนื่องจากชุดที่เราใส่แมนไป และเหมือนวินมอไซค์
    (และเสื้อนั่นตอนนี้อยู่กะเรา เสื้อเราอยู่กะปู ซวย)
    เซียลให้ของขวัญเป็นสร้อยกาษานาคา เอ๊ย วิเวียน
     
    แล้วไปซื้อคอนแทก
    ออกให้เซียลไปก่อน (จะหวังได้คืนดีไหมนะ)
    ซื้อของตัวเองมาด้วย สีเทากะฮาเซล
    เฮอะ ลองใส่ในทันที ดูหน้าประหลาดๆชะมัด
     
    เดินไปสยามดิส เซียลไปหาเพื่อน
    แล้วไปศูนย์หนังสือจุฬาต่อ
    เพราะเพื่อนเราฝากซื้อของ เลยได้ดิกตัวเองด้วย
    (เพราะอันของผึ้ง เด๊ยวต้องคืน)
    กิแยกตัวหลับไปซ่อมโน๊ตบุ๊ค
    ผึ้งมนัสแยกตัวไปเข้าออฟฟิส
     
    แล้วไปสวีทซิน
    กินเค้ก (เหมือนเซียลกะปูจะเลี้ยง แต่เราก็ออกด้วย
    เค้กที่มันสั่งอ่ะ เค้กสตอเบอร์รี่ อยากกินกันเองนี่หว่า หะนอย)
    ตอนนี้พิ้งกะการ์ตูนมาแล้ว
     
     
    เดินไปดูกรู๊ฟไรเดอร์ที่ลานสยามดิส
    ได้ทันเพลงสุดท้าย "ถ้าปล่อยให้เธอเดินผ่าน"
    เสียงบุรินทร์ดีเว่อร์ (ขนาดดูดบุหรี่ด้วยนานั่น)
    แอบเสียดายนิดหน่อย
    ตามด้วยเจจะขึ้น ตอนแรกเซียลจะดู
    แต่พิธีกรนานเว่อร์ เลยชิ่งกัน
    ก็ไปเล่นเกม เซียลตักตุ๊กตา
    เราเลิกเล่นแล้ว ที่ญี่ปุ่นหมดไปเยอะเลยนะนั่น พอๆๆๆๆ
    แล้วพิ้งก็ไปซื้อของขวัญมาให้เรา เป็นสมุดโน๊ต 365 วัน
    (ปีนึง มันนานนะเธอ)
    การ์ตูนกลับไปก่อน
     
    แมดซ์มาแล้ว ก็เลยไปโอโซนกัน
    แล้วก็อยากร้องเกะก็เลยจะไปเกะ
    (ซื้อแผ่นเกะเรโทรมาแล้วจ้า ดีใจสุดขีดเลย
    ได้ยินมาว่า เรโทรจะออกอัลบั๊มเดียวแล้วกลับไปใต้ดิน
    จริงแท้ไม่ทราบ แต่ก็ดีนะ อิอิ)
    ฝ่าฝนกันไป
    (เหมือนฝ่าฟันเลยแฮะ อุปสรรค)
     
    เนื่องด้วยหิว เลยแวะกินส้มตำกัน
    (หมดไปอื้อเหมือนกัน)
    จากนั้นไปเกะ
    โอ๊ย ได้ห้องเดิม กุละเซ็ง ไม่ชอบอะไรซ้ำซากน่อ
    เบสมาแจมด้วย
     
    ก็ร้องกันสนุกสนานรื่นเริง ยกเว้นเพลงจบ เซ็ง
    (หมดไปอื้ออีก)
     
    ขากลับ พิ้งกลับเอง
    ปู เซียล แมดซ์ ติดแท็กซี่เรากลับ
     
    ถึงบ้าน แม่ออกแนวนอยด์ๆ เฮ้อ
     
    เคยบอกใช่ไหม ของที่อยู่ในมือเรา มักจะเสียหาย
    ทั้งเอ็มพี่สี่ มือถือ ความรัก....
    ล่าสุด แว่นกูแตก!!! ลงจากแท็กซี่หล่นอ่ะ
    คือ ก็หาไม่เจอในบ้าน เดาว่า หน้าบ้านแหละ
    แต่... แต่... แต่เพลียเลยรีบนอน
    ผลสุดท้าย ตื่นมาตอนนี้ เจ็ดโมงกว่าๆ
    ออกมาดู
    แสร่ดดดดดดดดดดดดดด
    แตกไปแล้ว พี่ออกรถ เหยียบแบน แตกเลย
    ซวยเว่อร์
    เบื่อจริงๆเลย
     
    พรุ่งนี้กลับญี่ปุ่นแล้ว
    คนไปส่งมีแค่ครอบครัว
    (ทำไมมันลดลงเรื่อยๆนะ)
    ก็แหงหละ 6 โมงเช้าบิน ต้องไปตั้งกะตีสี่เลยม้างนั่น
     
    ขอบคุณทุกคนที่มา
    ส่วนคนที่มาไม่ได้ ไว้โอกาสหน้า
    คราวหน้า เจอกันแค่เพื่อนๆกันได้ไหมอ่า
    ถ้าจะมีธุระ ขอวันอื่น หรือไปทำให้เสร็จแล้วค่อยมานะ
    มันขาดตอนง่ะ
     
    นี่ก็เป็นเอนทรี่ส่งท้ายด้วย
    จะไปหาที่ทำใหม่แล้วหละ
    ที่นี่มีความทรงจำเยอะเกินไป
    เราเป้นคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยความหลัง
    ซึ่งมีแต่คนบอกว่าไม่ดี
     
    ขอเวลาเปลี่ยนเมลล์ เปลี่ยนตัวเองใหม่ก่อนนะ
    ไม่ได้ปิดตัวเหมือนที่เคยทำ
    (สามหรือสี่ครั้งวะ?)
    ยังไงเราก็ยังเป็นเด็กเจร็อกอยู่ดี
    (เด็ก??? พูดไม่อายปากเลยมึง)
    June 29

    HBD

    วันเกิดแล้วจ้า
    ปีนี้ขอให้+1-1แล้วกันนะ
    ไม่ขออะไรมาก
    ไม่โลภหรอก
     
    สำหรับท่านใดสงสัยในอายุ
    ว๊าย
    อายุเป็นเพียงแค่สายลมฝ่านพัดไป
    ขำขำ
     
    29มิถุนายน
    วันดีนะ
    (ปีที่แล้วไปตัดผมวันนี้ ปีนี้ก็ว่าจะไปตัดผม เหอๆ)
     
    EDIT
    เพิ่มเติม
     
    ปีนี้ได้คำอวยพรแรกจากเบสพัลส์
    โคตรจะดีใจ
    แฮปล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน กร๊าซซซซซ
    นอกนั้นก็ไปตามจิกมาว่า วันนี้วันเกิด
    (อยากโทรไปขอคำอวยพรจากพี่บอมจริงๆ)
     
    มีทั้ง
    พวกที่อวยพรผ่านสเปซ
    อวยพรผ่านเอ็มเอสเอ็น
    อวยพรผ่านโทรศัพท์
    ขอบคุณมากมาย
     
    ขอให้ทุกอย่างที่ทุกคนขอเป็นจริง
    และสะท้อนกลับไปหาคนที่อวยพรทุกคน
    (ใครอวยพรไม่จริงใจ มึงตาย กรั๊กๆๆๆ)
     
    ตัดผมละ เหมือนไม่ตัดเลยกู
    June 28

    อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้

    เราเป็นคนประเภทที่ว่า
    ถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ จะไม่สัญญา
    ซึ่งปกติแล้วก็ทำไม่ได้จริงๆ
    สัญญาที่เคยพูดแล้วทำได้
    ถ้าจำไม่ผิดมีเรื่องเดียว
    คือจะไว้ผมไว้อาลัยให้คาซึกิหนึ่งปี
    ไม่ทำสี ไม่ตัด ไม่อะไรเลย(แต่สระผมนะยะ)
    แล้วก็ทำได้จริงๆ
     
    ตอนนี้ไอ้ที่สัญญาไว้
    ทำไม่ได้อีกเรื่องแล้ว
    เคยเขียนนะ
    มีเอนทรี่นึงบอกว่า
    จะเขียนเรื่องโอ๊ตอันนั้นเป็นครั้งสุดท้าย
     
    กูทำไม่ได้ละ
     
    พรุ่งนี้วันเกิดกู
    หวังว่าครั้งนี้สะญญาไปจะทำได้
    อันนี้เป็นเอนทรี่สุดท้ายจริงๆที่จะเขียนถึงมัน
     
    เหมาะสำหรับผู้ที่ชาชินกับนิสัยกู
    กับปากอันหมาๆของกู
    รับไม่ได้ไม่ต้องอ่าน
    ไม่ได้ขอร้อง ไม่ได้กราบตีนให้อ่าน
     
    กูไม่เคยคิดว่า รักแท้แพ้ระยะทาง
    แต่มันก็เป็นจริง
    ก็รักแท้ที่มีให้แค่ข้างเดียวน่ะ
    มันใช่ความรักซะที่ไหนล่ะ
    มันก็รักข้างเดียวน่ะสิ
     
    ตอนแรกที่เจอโอ๊ต คือตอนที่มันเล่นงานเจวินเทอร์
    กูไม่สนใจหรอก ไปดูก็ไอ้กิ ไปดูเพื่อน
    ตอนแรกที่ได้คุยกัน
    คือกิแนะนำว่า นี่พี่โอ๊ต สต๊าฟบาสตาร์ดอีกคน
    ตอนสุดท้ายที่เจอ คือตอนที่มันมาส่งเรากับครอบครัวเรา
    ตอนสุดท้ายที่ได้คุย
    คือเราโทรไป แล้วมันบอกว่าแดกยา คุยไม่สะดวก และ โทสับไม่ดี
    "โหลๆ อะไรวะ"
    นี่ไง จำแม่นเว่อร์
    ตอนนั้นยังขำตัวเอง
    ถ้าเกิดหลังจากนั้น กูตาย โอ๊ตตาย แม่งไม่โรแมนติกเลย คำสุดท้ายเนี่ย
     
    อ่ะ
    แค่นี้แหละ
     
    ตอนนี้รู้สาเหตุแล้ว เจ็บนิดหน่อย
    แต่รู้สึกดีขึ้นเยอะ
    หลายเรื่องที่เกิดมันเป็นเพราะกูเอง
    แต่การเลือกแก้ปัญหาแบบโอ๊ต มันผิดนะกูว่า
     
    สรุปแล้ว กูดูคนผิดไปจริงๆ
     
    โอ๊ตเคยบอกว่า ไม่ใช่เรื่องผิดที่คบกับแนฟ
    แต่กูขอบอกว่า กูผิดที่เลือกคบมึง กูเสียใจมากที่คบมึง
    กูไม่น่าคบกับมึงเลยโอ๊ต
    ที่เคยขอบคุณที่รักกันไปเนี่ย
    ไม่น่าพูดออกมาเลย
    พูดให้คนอย่างมึงเนี่ย กูรู้สึกแย่มากเลย
     
    เอนทรี่นี่
    ออกจะแนวเรื่องส่วนตัว
    แต่ก็อย่างว่า
    I-Nav's Story นี่นะ
     
    ประจานคนผ่านพื้นที่กูไม่ผิดนะ
    สำหรับคนไม่แมนอีกสองคน ขอเมลล์ไปหาดีกว่า
    June 27

    คนโง่ก็คือคนโง่

    จุ๊ๆๆๆ
    ชื่อหัวข้อมิได้หมายถึงไอ้แนฟแต่อย่างใด
    เพราะไอ้แนฟฉลาดนะเออ
     
    เวลาผ่านไป จะทำให้คนโง่รู้ตัวเอง
    ว่าตัวเองทำโง่อะไรอยู่
    และตัวเองเคยโง่อะไรไป
     
    แต่ก็นะ คนโง่ก็คือคนโง่
    ไม่แน่ เวลาผ่านไป
    มันก็ยังโง่ดักดานอยู่นั่นแหละ
     
    แต่พูดตรงๆ กูก็เคยโง่อ่ะนะ
    คนเรามันต้องเคยโง่ทั้งนั้น
    เพียงแต่จะโง่ไปอีกนานแค่ไหน
    หรือจะโง่ตลอดชีพล่ะ?
     
    เคยมีคนบอกว่า
    "ถ้ามีปัญหา มันก็ต้องมีคนผิด
    ถ้าเธอไม่ผิด ผมจะรับความผิดนั้นไว้เอง"
     
    ก่อนหน้านี้ กูโง่ไปรับผิดให้คนอื่น
    ตอนนี้ กูฉลาดแล้ว
    มึงนั่นแหละผิด
     
    มีคนบอกว่า
    "แนฟ มึงก็ผิดนะ.....
    ผิดที่เลือกคนผิด"
     
    โห ดวงตาเห็นธรรมเลยกู
     
    โง่ตั้งนาน ฉลาดก็ตอนนี้
     
    ขอสนับสนุนให้ทุกคนเลิกโง่อย่างเป็นทางการ
    แต่สำหรับคนโง่ดักดาน
    วันที่มึงฉลาด คือ วันที่สายเกินไป
    แล้ววันนั้น กูจะไปสมน้ำหน้ามึง
     
    สุดท้ายนี้
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ข้างกัน
    สำหรับสิ่งที่กูเคยขอบคุณไป
    (สิ่ง มิใช่ คน)
    กูไม่ขอคืน ให้แล้วให้เลย แนฟแฟร์อยู่แล้ว
    ถือว่าเป็นค่าโง่ก็แล้วกัน
    เสียค่าโง่
    ให้คนโง่
    จากคนเคยโง่
     
    แมร่ง เอนทรี่นี่
    โง่กระจาย ควายเต็มเลย
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
     
    ปล.
    กูเป็นคนไม่แน่นอน
    ใช่สิ
    กูนอนด้วยไม่ได้แน่ๆ
    แต่อีด-อกข้างๆมึงอ่ะ นอนด้วยได้สินะ
    ถ้าแน่นอนเป็นอย่างงั้น
    กูไม่แน่นอนก็ได้วะ
    June 26

    พูดถึงหนัง

    วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องหนัง
     
    เรื่องล่าสุดที่ดูคือ Number23
    จิมแครรี่เล่น (ทำไมกูไม่เคยรู้ว่ามีหนังเรื่องนี้วะ? มันเข้าโรงไหม?)
    สนุกเว่อร์
    ฟังเสียงในฟิล์ม ไม่ใช่จะรู้เรื่องเท่าไหร่
    (ขอโทษที ช่วงนี้หูมันชินกะภาษาญี่ปุ่นมากกว่า)
    แต่สนุกดีเหมือนกันอ่ะ ชอบ
    แต่ว่า
    แต่ว่า
    แต่ว่ายังดูไม่จบเครื่องถึงสุวรรณภูมิก่อน
    เซ็งมากมาย
    ใครรู้ตอนจบ ช่วยเล่าด้วย
     
    อีกเรื่อง
    ดูก่อนดูเรื่องเลขยี่สิบสาม
    มันคือ
    มันคือ
    มันคือเรื่อง The Fugitive
    หนังที่เคยได้ยินชื่อมานานเว่อร์ แต่ไม่เคยดู
    อยากบอกว่า มันเป้นหนังที่ดี เยี่ยม และสุดยอดมากๆ
    ไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้
    แต่เป็นหนังที่เราขอนับถือเลย
    อยากให้ได้ดูกันอ่ะ
     
    ดูแล้วอยากทำหนังขึ้นมาทันที
    (หนังโป๊???)
     
    วันก่อน ดูหนังที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นทำ
    รู้สึกไฟในตัวคุโชน
    แต่ไม่นานก็มอดดับ
     
    เบื่อตัวเองตรงนี้แหละ
    ทำอะไรให้มันถึงที่สุดไม่ได้
     
    ตอนนี้อยากทำหนังที่ใครดูก็ต้องร้องไห้
    กับหนังที่ใครดูแล้วรู้สึกมีพลังในการตามหาความฝัน
     
    วันนึงจะทำให้ได้
     
    "คุณเคยรักใครขนาดนี้ไหม?
    แล้วคุณเคยถูกรักขนาดนี้ไหม?"
    อันนี้เป็นคำโปรยของหนังเรื่อง จดหมาย ของเกาหลี
     
    อยากทำหนังรัก
    ถึงกูจะไม่มีดวงความรักก็ตาม

    กลับมาแล้ว

    กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพ
    นั่งเครื่องนอร์ทเวสต์มา
    ดูเหมือนไฮโซเลยเนอะ
     
    อย่าลืม เรามีนัดกันวันเสาร์นะจ้ะ
    June 24

    ความรักกับกู

    ทั้งๆที่พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว
    แต่กูก็ยังมานั่งประสาทแดกกับความรักอยู่อีก
     
    กูเนี่ย เคยไปแอบชอบคนตั้งหลายคน
    ทั้งคนที่มีเจ้าของ คนที่ยังว่าง
     
    กูเนี่ย มีคนมาแอบชอบด้วยนะ
    ผู้หญิงก็มี ผู้ชายก็มี
     
    กูเคยหักอกคนด้วย
     
    และตอนนี้ กูอกหัก
     
    คำว่าอกหักเนี่ย
    เคยสงสัยนะ ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่
    สำหรับกู อกหัก มันเหมือนคนมีความรักแล้วมันไม่สมหวัง
    เจ็บจนเหมือนอกมันหัก
    ประมาณนั้น
    เพราะงั้น การรักเขาข้างเดียว หรือ การเลิกกัน
    มันก็อกหักไม่ใช่เหรอ?
     
    แต่ก็มีคนบอกว่า
    ไม่นะ อกหักมันเป็นอาการของคนที่รักกัร แล้วเลิก ต่างหาก
     
    แต่ก่อน กูก็ใช้คำนี้ไปทั่วแหละ
    ไปชอบใคร เขาไม่ชอบตอบ มันก็อกหักแล้ว สำหรับกู
     
    ตอนนี้พูดได้เต็มปากจริงๆว่าอกหัก
     
    มันยังเจ็บไม่หายเลยน้า ไม่ดีเลย
     
    ยังยืนยันคำเดิม
    คนไม่มีดวงความรัก มันก็อกหักซ้ำซากนั่นแหละ
     
    ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
     
     
    โถ่ อีโง่ เมื่อไหร่จะเจียมตัวเอง
    เขาเคยรักมึง มันก็บุญเท่าไหร่แล้ว
    จะเรียกร้องห่าอะไรมาก
    น้ำหน้าอย่างมึง มันจะไปมีความรักได้ยังไง
    ก็รู้ตัวตั้งนานแล้วนี่หว่า
    สมองมีก็หัดจำๆเอาไว้ซะบ้าง
    ไม่งั้น ก็คว้านสมองในกะโหลกทิ้ง
    แล้วเอาน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูน้ำหน้าตัวเองซะ
    อีควายยยยยยยยย
    ฉลาดบ้างเถอะคนดี
    จะโง่ดักดานไปทำไมกัน
    June 21

    -Small World // Kannivalism-

    ช่วงนี้อัพเรื่องเพลงบ่อยเว่อร์
    เพราะมันเป็นอีกสิ่งที่แนฟรัก
    นอกจากน้ำตาแล้วก็มีเสียงเพลงนี่แหละ
    ที่อยู่ข้างๆกันเสมอ
     
    ได้อานิสงค์จากกิ ส่งไฟล์มาให้
    (กิที่รัก มาญี่ปุ่นเดือนแปดไม่ก็เก้านะ ไปดูไลฟ์น้องปูกัน)
    ฟังออกได้อย่างง่ายดายในท่อนแรกๆ
    แต่พอหลังๆเริ่มฟังเรียวไม่รู้เรื่องละ
    พอหาเนื้อเพลงได้เลย อยากแปลตะหงิดๆ
    ถ้ามันไม่ดี ก็ซอรี่ซออู้ซอด้วงนะจ้ะ
     
    เนื้อเพลงญี่ีปุ่นไม่พิมพ์นะขี้เกียจ
    จะเอามาลง มันไม่ให้ก๊อป ตามลิงค์ไปละกัน
    or
    http://utaten.com/lyric/lyric.php?LID=jb10705075&UTSID=51923051fb6461b5111a1b329dede821
    (แต่บางท่ิอน เรียวก็ไม่ได้ร้องนะเออ หมายถึง ตัดไปไม่ร้องอ่ะ)
    ว่าจะพิมพ์โรมันจิ
    ขี้เกียจเว่อร์ ใครอยากได้บอก แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ทำย่ะ
     
    --------------------------------------------------------------
     
    Small World - Kannivalism
     
    พระเจ้าครับ
    เธอคนนั้นยังรอผมอยู่
    เพราะฉะนั้น ขอร้องเถอะครับพระเจ้้า
    [แค่วันเดียว]
    มีเรื่องที่อยากจะบอกเธอคนนั้น ให้เวลาผมเถอะครับ
     
    จนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ดี
    ความรักของพวกผม เรื่องราวที่ทั้งสองคนได้รู้จักกัน
    ถ้าไม่มีวันนั้น ไม่มีเวลานั้น ผมคงไม่มีวันหาึความสุขของตัวเองเจอไปตลอดกาล
     
    อยากจะกอดเธอเอาไว้ อยากจะกอดให้แน่นๆ
    ถ้าึมีความสุขอย่างนี้ตลอดไปคงดี
    เสียงอันไพเราะของเธอที่บอกว่า "จูบตรงนี้ได้ไหม?"
    ผมก็หอมแก้มเธออย่างเขินอาย
     
    เกี่ยวก้อยสัญญา
    ต่อจากนี้ จะเดินไปด้วยกันสองคน จับมืิอกันไว้ตลอดไป
    เธอกับผม ไม่ต้องคิดไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว
    แค่มีกันสองคน มันคือความสุขที่สุดของผมแล้ว
     
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ขอแค่สิ่งเดียวเท่านั้น
    ูขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ช่วยให้ผมสมหวังเถอะครับ
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ขออีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ให้ผมได้พบกันเถอะครับ
     
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. มันเป็นความเอาแต่ใจของผมเอง
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ช่วยฟังมันเถอะครับ
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ผมจะเป็นยังไงก็ูช่าง
    ขออีกแค่ครั้งเ้ดียวเท่านั้น .. ให้ผมได้พบกันเถอะครับ
    ขอร้องเถอะครับพระเจ้า .. ขอแค่สิ่งเดียวเท่านั้น
    ช่วยทำให้ผมสมหวังเถอะครับพระเจ้า
     
    เพราะอย่างนั้น
    ผมถึงได้มาพบเธอ
    เวลานั้น เราถึงได้พบกัน
    ขอโทษนะ
    ไม่ร้องไห้ได้ไหม
    ยิ้่มให้ผมเหมือนเดิม
    อยู่ข้างๆผม
     
    นะครับพระเจ้า
    ขอร้องเถอะครับ
    ให้ผมได้กอดเธอเถอะครับ
    ไม่ว่ายังไงก็มีคำที่อยากจะบอกเธอเ้ป็นครั้งสุดท้าย
    "จนถึงตอนนี้ผมก็รักเธอคนเดียว"
     
    ผมจะนั่งไทม์แมชชีน ย้อนกลับไปยังวันนั้น
    ราตรีสวัสดิ์
     
    ------------------------------------------------------------
     
    รู้สึกแปลได้ไม่ดีเท่าไหร่
    แต่เป็นเพลงแรกที่แปลจนจบ
    รู้สึกดีจังเลย
    กิบอกว่าูชอบเพลงนี้มาก แล้วเหมาะกับมันตอนนี้
    ตามด้วย "เหมาะกับแนฟด้วยแหละ"
    ขอบใจนะยะ
     
    เสียงเรียวเพลงนี้เพราะ
    อยากฟังในไลฟ์จริงๆ
    (กิบอก กูคัฟเว่อร์ไม่อยากฟังเรอะ ฮ่าๆๆๆๆ)
    เคย์เล่นเปียโนเพลงนี้ด้วยหละ หะรูหะราจิงๆ
    ฟังแล้วมันกินใจมาก
     
    พระ้เจ้ามีจริงไหมไม่รู้
    แต่พอฟังเพลงนี้
    ก็อยากขอร้องพระเจ้าขึ้นมาเหมือนกัน
     
    เพื่อนบอกว่า พระเจ้างานยุ่งจะตาย อย่าไปกวนท่านเลย
    ขำขำนะ
    June 19

    วันที่เธอร้องไห้ ของ ราฟฟี่

    อัญเชิญโหลด
    แต่คิดว่าคนมาอ่านสเปซไอ้แนฟก็คงจะรู้จักวงนี้
    และได้ฟังไปเรียบร้อยแล้ว
    แกะเนื้อเล่น
     
    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
    เพลง วันที่เธอร้องไห้
    ศิลปิน ราฟฟี่
     
    เมื่อคิดย้อนไปถึงความรัก ที่จบลงไปตั้งนาน
    แต่ยังคงเสียใจอยู่
    แค่คิดเข้าข้างตัวเอง ที่จบกันไป
    เป็นเพราะเราต่างกันเกินไป
     
    ความรักและความไว้ใจ ที่เธอมี
    ฉันคิดว่ามันได้หมดไปแล้ว
    โดยไม่คิดจะถามเธอ
    ฉันคิดไปเองโดยไม่สนว่าเธอจะเป็นเช่นไร
     
    วันที่เธอร้องไห้
    ไม่มีใคร คอยซับน้ำตาให้เธออีกแล้ว
    และวันที่เธอเสียใจ อยากระบาย
    ก็ไม่มีฉันอยู่เคียงข้างเธอ
     
     
    ฉันไม่รู้ต้องทำอย่างไร ให้เธอลืม
    ความปวดร้าวของวันเก่า
    และเป็นฉันที่ปล่อยให้เธอต้องทนกับความเหงาเพียงลำพัง
    วันนี้ ฉันไม่รู้ต้องทำอย่างไร
    ฉันขอโทษ
     
    เพราะว่าฉันได้ใส่ร้ายความหวังดีของเธอ ฉันเสียใจ
    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
    ถูกหรือเปล่าวะ น่าจะไม่ผิดละนะ
    ตอนนี้กำลังชอบ
    ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า เธอ เป็น ฉัน
    และเปลี่ยนคำว่า ฉัน เป็น เธอ
    จะชอบมาก
    วันที่ฉันร้องไห้ เท่ห์เว่อร์
     
    เสียงแมดซ์ ยังดูอั้นๆเหมือนเดิม
    ถ้าเล่นสดน่าจะเต็มที่กว่านี้นะคิดว่างั้น
    ดนตรีชอบมากจริงๆ
    ตอนนี้ฟังจนติดไปแล้ว
    คิดว่า ในบรรดาเพลงที่ได้ฟังของราฟฟี่ คงชอบเพลงนี้ที่สุดแล้ว ตอนนี้
    แต่อนาคตจะออกมาอีกไหม จะชอบไหม ค่อยว่ากันเน้อ

    -เรทโทร (รอบที่เท่าไหร่วะ)-

    รักเรทโทรสเป็กเว่อร์
    อยากกลับบ้านไปฟังเร็วๆ
    อยากซื้อแผ่นเกะด้วย ถึงจะไม่มีให้ร้องก็เถอะ
    (กูดูเ้อามันส์ก็ได้วะ)
     
    นั่งดูสมัย "ไม่มีเธอ"
    ชอบแนปตอนนั้นอ่ะ เนิร์ดดี เอิ้กๆ
    ใส่แว่นกับเสื้อฮู้ดแล้วเท่ห์ดี
    แต่พอมาแต่งเป็นอีโม เป็นเชิ้ต แล้วเก็กไปนิดว่ะ
    แต่ก็นะ ของเขาดีจริงๆ
     
    อยากไปเกะ
    กลับไปจะไปหละ จะไปร้อง
    ถ้าไปผับ มันต้องมีเล่นเรทโทรแน่ๆ
    อยากไปว้อยยยยย
    ปูกะพิง เรายังไม่ได้ไปแดกที่ร้านนะจ้ะ
     
    รักเรทโทรสเป็กมากมายก่ายกอง
    ไม่ได้รักแทนใครหรือแทนอะไร
    ยังไงก็รักมานานแล้ว
    โฮกกกกกกกกกกกกกก
    ชอบเสียงแนปป้า
    แล้วตอนนี้ก็ชอบฝีมือมือกลองอย่างบ้าคลั่งมากๆ
    มันตีได้งายยยยยยยยยย
    เจ๋งเว่อร์
     
    เรทโทรสเป็กจงเจริญ
     
    ว่าแล้ว ยังไม่ได้รีวิืวอัลบั๊มเลย
    ขอกลับไปฟังของตัวเองก่อนนะจ้ะ
    เพราะที่ฟังอ่ะอานิสงค์แจ้
    เป็นแผ่นปกติ ไม่ใช่แผ่น เรโทรเรี่ยน ขาดไปเพลงนึง
    แม่มมมมมมมมมมม อยากฟังเว่อร์
     
    เอาคร่าวๆ
    ้เพลงปล่อยฉันเนี่ย เราชอบปล่อยให้ฉันตาย มากกว่า
    เพราะมันมีเสียงลมหายใจของแนปด้วย
    โอ้แม่เจ้า
    (จริงๆจะบอกว่า มันอัดไม่ดีใช่ไหม? อิอิ)
    เป็นคนที่เสียงดีจริงๆ
    ไม่ต้องเก็กเลย
    (แต่เวลาร้องภาษาปะกิตก็สำเนียงไทยนะ แต่เต็มเสียงดี ชอบ)
     
    ถ้าจะมีข้อเสียของแนปละก็
    ก็คงมีแฟนแล้วละมั๊ง
    กรั๊กๆๆๆๆๆๆๆ
     
    ส่วนข้อเสียของเรทโทรละก็
    มีก็ไม่หาว้อย อิอิ
    June 18

    -diary-

    2007.06.02

    ไม่อยากเลิกกับโอ๊ต แต่ก็ไม่อยากร้องไห้แล้ว มันต้องเลือกทางเดียวสินะ 
    ก็น่าจะรู้ตัวว่าไม่ควรมีแฟน บอกตัวเองเสมอๆ "เป็นแฟนที่ดีัไม่ได้หรอก เธอน่ะ" ก็ย้ำเสมอ แล้วทำไมถึงทำลงไปนะ 
    รู้สึกเกลียดตัวเอง 
    เก้าเดือนที่ผ่านมา มีทั้งสุขทั้งทุกข์ จำความสุขได้ดี ทุกข์ไม่ค่อยอยากจำก็ไม่จำ
    รักโอ๊ตว่ะ รักชิบหาย รักเท่าที่ผู้หญิงคนนึงจะรักผู้ชายได้ ไม่อยากเลิก  อยากอยู่กับคนนี้
    เคยไม่อยากแต่งงาน แต่กับโอ๊ตอยากแต่ง เพราะรัก เพราะว่ารักเหลือเกิน
    แต่เรามันโลภ ยังไงก็ไม่พอสินะ ใครมันจะรักเราได้ รักได้เท่าที่เราต้องการ จะมีไหม? มีก็แค่ตัวเองนั่นแหละ 
    ทั้งๆที่รู้ก็ยังคบโอ๊ต แล้วก็มานั่งร้องไห้ มานั่งเสียใจ เพราะเขาตอบสนองเราทั้งหมดไม่ได้
    ก็รู้นะ มันไม่มีหรอกโลกนี้น่ะ คนที่จะรักเรา ทำให้เราได้เท่าที่ต้องการ รู้นะ ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ยังไม่รักคนอื่น
    มันจะจบยังไงกันนะ สงสารตัวเอง แล้วก็สงสารโอ๊ต ไม่อยากเลิกเลยจริงๆ แต่ก็กลัวตัวเอง
    ถ้าวันนึง รักจนทนไม่ไหว ฆ่าตัวตายล่ะ? ตอนนี้ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว เพราะรักจริงๆ เหนื่อยชิบเป๋ง มานั่งร้องไห้ มานั่งเครียด
    จำได้เคยมีคนพูดว่า "ที่ทำอยู่เนี่ย สนุกไหม" ตอนนั้นเรื่องอะไรจำไม่ได้ ความรักนี่แหละ ไปชอบใครซักคน
    มันไม่สนุกเลยว่ะ กูทรมานมากเลย ทำไมกูต้องมานั่งร้องไห้ นั่งเช็ดขี้มูกตัวเอง มาเจ็บปวด
    อยากจะกรีดแขนตัวเองทุก สองวินาที อยากจะไปหาเดี๋ยวนี้ อยากจะตายไปเลยจะได้ไม่เจ็บ
    ทรมานจริงๆ ฝั่งนู้นรู้ไหม? คงลืมไปแล้วว่ากูเป็นคนคิดมากระดับไหน คงลืมไปแล้ว  รักกูหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกกันหน่อยไม่ได้ใช่ไหม?
    นี่กูรออะไรอยู่เนี่ย? รอฟังว่าโอ๊ตขอแต่งงาน? ฝันเหรอ? ทำเหมือนไม่รู้จักโอ๊ต รู้จักสิ กูรู้ กูเข้าใจ เพราะรู้ว่าเป็นยังไง กูเลยร้องไห้นี่ไง

    ***********************************************

    ข้างบนเป็นไดอารี่ที่เขียนลงสมุด
    เอามาลงเพราะว่าจะบอกว่า
    ความคิดที่เลิกกันไม่ได้มีแค่โอ๊ต
    ขอร้อง
    อย่าโทษโอ๊ต
    ถ้าจะโทษ โทษเราแล้วกัน
    เพราะเราไม่สามารถอยู่ข้างโอ๊ตได้เอง

    สัญญาว่าเอนทรี่นี้จะเป็นเอนทรี่สุดท้ายที่นี่ที่จะเขียนถึงโอ๊ต
    คงต้องเลือกจบแล้วจริงๆ

    แค่นี้แหละ
    เพื่อนทุกคนที่เคยสนับสนุน ความรักของเรา
    ขอบคุณมาก
    จะดีใจ ถ้าทุกคนช่วยกลับไปเขียนสเปซ ไดอารี่ หรืออะไรของตัวเอง
    เหมือนที่เคยอัพตอนที่เราคบกัน
    ถ้าทำได้จะดีใจจริงๆ
    (ไม่มีเหตุผลอะไร แค่อยากไปอ่านเฉยๆ)

    ดีใจได้เลย ไอ้แนฟกลับมาแล้ว
    (แต่จะดีใจกันหรือเปล่านะ?)


    June 17

    -choice-

    ตอนนี้ในสมองมันก็ยังมีแต่ภาพสวยๆ
    กูพยายามนึกว่าแม่งมีเรื่องห่วยๆอะไรบ้าง
    นึกไม่ออก
    ที่เคยเหมือนทะเลาะ
    ก็จำได้แค่ลางๆ
    ลบทิ้งไปหมดแล้วเรื่องไม่ดีอ่ะ
    มันก็เลยยังสวยงามอยู่
     
     
    ตอนนี้มีทางเลือกให้ตัวเองสองทาง
    (อีกแล้ว)
    ทำไมมันต้องเลือกด้วยน้า
    คนเรามีชีวิตเพื่อเลือกสินะ
    แต่เลือกถูกเลือกผิด
    ค่อยว่ากัน
     
    ทางที่หนึ่ง
    รอต่อไป ทำได้แค่รอ
    อย่างเพลง
    "เสมอต้นเสมอปลาย"
    "รักระเหยเป็นไอ"
    (ทำไมมีแต่อาร์เอสวะ)
     
    หรืออีกทาง
    จบกัน ตัดใจ
    อย่างเพลง
    "ปลายทาง"
    "ปล่อยวาง"
    (อันนี้ก็มีแต่แกรมมี่)
     
    จะเลือกอันไหนดี
    เปิดโหวตจะมีใครช่วยโหวตไหม
    หลังไมค์ทางเมลล์ก็ได้นะ
    ตัดสินใจเอง มันผิดบ่อยๆ
    ลองรับฟังคนอื่นท่าทางจะดีกว่า
    June 16

    -ikiruyo-

    แหม พอช่วงอย่างงี้สเปซไม่รวนให้อัพง่ายเชียว
     
    ไม่มีอะไรมาก
     
    แค่มาอัพเฉยๆ
     
    เอาแค่ให้รู้ว่ายังหายใจนะ
     
     
    แต่ไอ้คำว่าเป็นเพื่อนเนี่ย
    มันดีกว่ายังไงกูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
    June 15

    ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา

    ตำนานรักเก้าเดือนครึ่ง
    (อาจจะเก้าเดือนอ่ะนะ อีกครึ่งคงเป็นฝั่งเราฝั่งเดียว)
     
    มันเริ่มจากความเป็นเพื่อน
    แล้วก็กำลังจะจบที่ความเป็นเพื่อน
     
    เหมือนความฝันจังเลยนะ
    ตอนนี้เหมือนเพิ่งตื่นเลย
     
    เป็นฝันดีที่แสนหอมหวาน
     
    เคยคิดว่าตัวเองจะไม่มีแฟนตลอดชีวิต
    แต่พอได้พบ ก็คิดว่าคนนี้แหละ ไม่มีวันทำให้เราเสียใจ
    เชื่อใจได้ เพราะเขาเป็นคนดี
     
    เวลาที่ผ่านมามีความสุข สุขมากจริงๆ
    ขอบคุณนะ
     
    เหตุผลที่เลิกกัน
    มองในแง่ดี
    "ยังรักอยู่ แต่ว่าอาจจะต่างกันมากเกินไป ก็เลยรีบถอนตัวออกมาก่อน"
    มองในแง่ร้าย
    "มันไม่เหลือแล้ว ความรักที่เคยมี ก็จบจบไปเลย"
     
    ขอมองในแง่ดีนะ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่
    ก็เขาไม่ได้บอกอะไรนี่นา
    ไม่ต้องโทษฝั่งนั้น
    เพราะเขาก็คงใช้ความกล้าในการบอกเหมือนกัน
    คิดว่าเขาเสียใจไม่น้อยกัน
     
    ถ้าบอกว่าเราไม่โกรธเลยก็เหมือนโกหก
    กูยังรักอยู่นี่ โผล่มาบอกรักไม่เหมือนเดิมแล้ว
    มันเหมือนโดนน็อกไปเลย
    แต่ก็นะ พูดตรงๆก็ยังรักอยู่จริงๆ
    มันคงต้องใช้เวลาสินะ
     
    บล็อกนี้ไม่ต้องเม้นท์หรอกนะ
    แค่ขอระบายเฉยๆ
     
    ไม่ต้องห่วง ไม่ทำอะไรไม่ดีแน่
    ไม่ทำร้ายตัวเองหรอก
    เพราะสัญญาเอาไว้แล้วนี่
    รักษาสัญญานะ ถึงทางนั้นจะไม่รักษาสัญญาของเขาก็ตาม
    (นี่แน่ะ แอบแขวะเลย)
     
    ขอบคุณจริงๆและขอโทษนะ
    June 14

    -endless-

    กูไม่ยอมจบแบบนี้
    ไม่จบ
    ไม่มีวันจบ
    June 13

    -the end-

    มันจบแล้ว
     
    คนไม่มีดวงความรัก
    มันก็อกหักซ้ำซากนั่นแหละ
     
    แล้วกูก็ได้กลับมาใู้ช้คำนี้
     
    June 11

    -หนุ่มๆที่พูดถึง-

    หากใครอ่านข้างล่างแล้ว
    อยากเห็นรูปหนุ่มๆที่ไอ้แนฟมันชมมันคลั่ง
    ขอเชิญคลิ๊กที่นี่
     
    เพิ่มเติม
    คุณพนักงานรูปหล่อชื่อยูตะ ไปดูรูปเพิ่มที่นี่
    http://www.sexpot-revenge.com/pickup/sr_yuta.html
    (กูเพิ่งรู้ว่ายามไม่ใส่หมวกผมเธอฟูเว่อร์)
     
    อ้อ กำลังคิดจะไปสมัครงานที่เซ็กพอทอยู่
    ขอฝึกทำโฟโต้ช้อปกะอิลลัสก่อนนะ อุอิ
    June 10

    -00-

    ทำไมเป็นคนงี่เง่าอย่างงี้วะกู?
    เบื่อตัวเอง เกลียดตัวเองที่เป็นอย่างงี้
    ทำอะไรไปไม่คิด
    จริงๆก็คิดแหละ คิดน้่อย
    เฮอะ
    หวังว่าจะเข้าใจกูนะ